| พระไตรปิฎก | เล่มที่ 19 |
| นิกาย | สังยุตตนิกาย |
| ผู้แสดงธรรม | พระควัมปติ |
| ผู้ฟัง | หมู่ภิกษุ |
| สถานที่ | แคว้นเจตี |
| Link | ควัมปติสูตร |
ควัมปติสูตร (Kaccayanagotta Sutta) เป็นพระสูตรสำคัญในสังยุตตนิกาย หมวดนิทานวรรค ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระมหากัจจายนะ (หรือควัมปติโคตร) ณ พระวิหารเชตวัน เมืองสาวัตถี เพื่ออธิบายความหมายของ "สัมมาทิฏฐิ" หรือความเห็นชอบอย่างแท้จริงในพระพุทธศาสนา
หัวใจหลักของพระสูตรนี้คือการหลีกเลี่ยงแนวคิดสุดโต่งสองประการที่ผู้คนส่วนใหญ่มักยึดถือ ได้แก่ สัสสตทิฏฐิ (ความเชื่อว่าสรรพสิ่งมีอยู่คงที่ตลอดไป) และอุจเฉททิฏฐิ (ความเชื่อว่าสรรพสิ่งขาดสูญ ไม่มีการเกิดอีก) พระพุทธองค์ทรงชี้ว่า การที่บุคคลผู้มีปัญญาอันยิ่งย่อมเห็นการเกิดขึ้นของโลกตามความเป็นจริง ย่อมไม่ยึดถือทิฏฐิว่า "ไม่มี" และเมื่อเห็นความดับไปของโลกตามความเป็นจริง ย่อมไม่ยึดถือทิฏฐิว่า "มีอยู่"
การเห็นชอบอย่างถูกต้องนั้น คือการเข้าใจโลกตามทางสายกลาง ซึ่งพระตถาคตทรงแสดงธรรมโดยอาศัยหลักปฏิจจสมุปบาท หรือการเกิดขึ้นพร้อมแห่งธรรมทั้งหลายโดยอาศัยกันและกัน กระบวนธรรมนี้เริ่มต้นด้วยอวิชชาเป็นปัจจัยให้เกิดสังขาร, สังขารเป็นปัจจัยให้เกิดวิญญาณ, วิญญาณเป็นปัจจัยให้เกิดนามรูป, นามรูปเป็นปัจจัยให้เกิดสฬายตนะ, สฬายตนะเป็นปัจจัยให้เกิดผัสสะ, ผัสสะเป็นปัจจัยให้เกิดเวทนา, เวทนาเป็นปัจจัยให้เกิดตัณหา, ตัณหาเป็นปัจจัยให้เกิดอุปาทาน, อุปาทานเป็นปัจจัยให้เกิดภพ, ภพเป็นปัจจัยให้เกิดชาติ, และชาติเป็นปัจจัยให้เกิดชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส
ในทำนองเดียวกัน การดับไปของธรรมทั้งหลายก็เป็นไปตามลำดับ กล่าวคือ เมื่ออวิชชาดับไป สังขารก็ดับไป เมื่อสังขารดับไป วิญญาณก็ดับไป เป็นต้น จนกระทั่งความดับไปของชาติ เป็นปัจจัยให้ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสทั้งหมดดับไป ซึ่งนี่คือความดับไปแห่งกองทุกข์ทั้งปวง การเข้าใจกระบวนการทั้งการเกิดขึ้นและการดับไปของทุกข์โดยไม่ติดอยู่ในสุดโต่งทั้งสองประการนี้ เป็นสิ่งที่เรียกว่า สัมมาทิฏฐิ
| พระสูตร | ผู้แสดงธรรม |
|---|---|
| ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร | พระพุทธเจ้า |
| จักกวัตติสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ปฐมโกฏิคามสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ปริหานสูตร | พระอานนท์ |
| สัตติสตสูตร | พระพุทธเจ้า |
| โพชฌงค์ อริยสูตร | พระพุทธเจ้า |
| คิลานสูตร | พระพุทธเจ้า |
| สาเกตสูตร | พระพุทธเจ้า |
| พาฬหคิลานสูตร | พระอนุรุทธะ |