| พระไตรปิฎก | เล่มที่ 19 |
| นิกาย | สังยุตตนิกาย |
| ผู้แสดงธรรม | พระพุทธเจ้า |
| ผู้ฟัง | หมู่ภิกษุ |
| สถานที่ | |
| Link | มหาปริฬาหสูตร |
มหาปรินิพพานสูตร (Mahaparinibbana Sutta) เป็นพระสูตรที่ยาวที่สุดในพระไตรปิฎก อยู่ในทีฆนิกาย มหาวรรค นับเป็นพระสูตรลำดับที่ 16 ซึ่งบันทึกเรื่องราวและคำสอนในช่วงหนึ่งปีสุดท้ายแห่งพระชนมชีพของพระพุทธเจ้าไว้อย่างละเอียด นับตั้งแต่กรุงราชคฤห์จนถึงเมืองกุสินารา พระสูตรนี้มีคุณค่าอย่างยิ่งในการแสดงให้เห็นถึงพุทธจริยาวัตรและหลักธรรมสำคัญก่อนพุทธปรินิพพาน
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อพระเจ้าอชาตศัตรูแห่งแคว้นมคธมีพระประสงค์จะโจมตีแคว้นวัชชี จึงทรงส่งวัสสการพราหมณ์ไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อทูลถาม พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงอปริหานิยธรรม 7 ประการ ซึ่งเป็นหลักแห่งความไม่เสื่อมให้แก่พราหมณ์ และภายหลังทรงแสดงแก่อุบาสกและภิกษุ เพื่อเป็นแนวทางในการดำรงอยู่ของหมู่คณะ ตลอดการเดินทาง พระพุทธเจ้าได้เสด็จจาริกไปยังสถานที่ต่างๆ ทรงแสดงธรรมแก่ผู้คนมากมาย และได้ทรงประกาศจะปรินิพพานในอีกสามเดือนข้างหน้า ณ ปาวาลเจดีย์ เมืองเวสาลี ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่
ในระหว่างการเดินทางนั้น มีเหตุการณ์สำคัญหลายประการ อาทิ พระสารีบุตรได้กล่าวสรรเสริญพระพุทธคุณด้วยอาสภิวาจาอย่างมั่นคง พระอานนท์ไม่สามารถทูลอาราธนาให้พระพุทธองค์ทรงดำรงพระชนมายุต่อไปได้ เนื่องจากถูกมารดลใจ นอกจากนี้ พระพุทธองค์ยังได้ทรงแสดงมหาปเทส 4 ซึ่งเป็นหลักการตรวจสอบธรรมวินัย เพื่อให้พุทธบริษัทใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินคำสอนที่อ้างว่าเป็นของพระองค์ พระองค์ทรงเสวยพระกระยาหารมื้อสุดท้ายที่นายจุนทะถวาย จนประชวรหนัก และทรงแสดงธรรมโปรดสุภัททปริพาชกจนได้บรรลุธรรมเป็นพระสาวกองค์สุดท้ายก่อนพุทธปรินิพพาน
พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานในท่ามกลางต้นสาละคู่ ณ สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา โดยมีพระปัจฉิมโอวาทอันเป็นอมตะความว่า "ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนพวกเธอว่า สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงยังประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด" หลังพุทธปรินิพพานได้มีการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ และมีการแบ่งพระบรมสารีริกธาตุออกเป็น 8 ส่วน เพื่อนำไปประดิษฐานในสถูปต่างๆ เพื่อเป็นที่สักการบูชา
มหาปรินิพพานสูตรจึงเป็นมากกว่าบันทึกเหตุการณ์ แต่ยังแฝงไว้ด้วยแก่นธรรมสำคัญ อาทิ ความไม่เที่ยงแท้ของสังขาร (อนิจจัง), การพึ่งตนเองโดยมีธรรมวินัยเป็นศาสดา (อัตตาหิ อัตตโน นาโถ), และความไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต แสดงให้เห็นถึงพระพุทธองค์ในฐานะมนุษย์ผู้ประเสริฐที่เผชิญกับความชราพยาธิและความตายเช่นเดียวกับสรรพสัตว์ แต่ยังคงดำรงตนด้วยสติปัญญา และเมตตาธรรมจวบจนวาระสุดท้าย
| พระสูตร | ผู้แสดงธรรม |
|---|---|
| ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ทุติยโกฏิคามสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ติรัจฉานกถาสูตร | พระพุทธเจ้า |
| โพชฌงค์ นิพพิทาสูตร | พระพุทธเจ้า |
| คันถสูตร | พระพุทธเจ้า |
| อินทรีย์ ทุติยวิภังคสูตร | พระพุทธเจ้า |
| เอกพีชีสูตร | พระพุทธเจ้า |
| สาเกตสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ทุติยอนาถปิณฑิกสูตร | พระอานนท์ |