Mahāvacchasutta

มหาวัจฉโคตตสูตร

The Longer Discourse With Vacchagotta

ข้อมูลพระสูตร
พระไตรปิฎกเล่มที่ 13
นิกายมัชฌิมนิกาย
ผู้แสดงธรรมพระพุทธเจ้า
ผู้ฟังปริพาชกชื่อวัจฉโคตร
สถานที่พระเวฬุวัน กรุงราชคฤห์
อ่านพระสูตรมหาวัจฉโคตตสูตร →

สรุปเนื้อหา มหาวัจฉโคตตสูตร

มหาวัจฉโคตตสูตร เป็นพระสูตรสำคัญในมัชฌิมนิกายที่กล่าวถึงเรื่องราวการสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้ากับปริพาชกวัจฉโคตตะ ซึ่งนำไปสู่การบรรลุอรหัตตผลของวัจฉโคตตะในที่สุด พระสูตรนี้เกิดขึ้น ณ พระวิหารเวฬุวันกลันทกนิวาปะ เขตกรุงราชคฤห์

เรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อวัจฉโคตตปริพาชกเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคและได้สนทนาธรรมกันชั่วครู่ ก่อนที่วัจฉโคตตะจะทูลขอให้พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมที่เป็นกุศล (สิ่งที่ควรทำ) และอกุศล (สิ่งที่ไม่ควรทำ) โดยย่อ

พระพุทธองค์ทรงตอบว่าสามารถแสดงได้ทั้งโดยย่อและโดยพิสดาร แต่จะแสดงโดยย่อก่อน ทรงเริ่มต้นด้วยการอธิบายถึงอกุศลมูล ๓ ประการ ได้แก่ โลภะ (ความโลภ), โทสะ (ความโกรธ), และโมหะ (ความหลง) ซึ่งตรงกันข้ามกับกุศลมูล ๓ ประการ ได้แก่ อโลภะ (ความไม่โลภ), อโทสะ (ความไม่โกรธ), และอโมหะ (ความไม่หลง)

จากนั้น พระพุทธองค์ทรงขยายความต่อไปถึงอกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ ได้แก่ การฆ่าสัตว์, การลักทรัพย์, การประพฤติผิดในกาม, การพูดเท็จ, การพูดส่อเสียด, การพูดคำหยาบ, การพูดเพ้อเจ้อ, การเพ่งเล็งอยากได้ของผู้อื่น, การพยาบาท, และมิจฉาทิฏฐิ (ความเห็นผิด) และทรงแสดงกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ ซึ่งเป็นการงดเว้นและประพฤติในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับอกุศลกรรมบถเหล่านั้น เช่น การงดเว้นจากการฆ่าสัตว์, การไม่ลักทรัพย์, การสำรวมในกาม, การพูดจริง, การไม่พูดส่อเสียด, การพูดคำสุภาพ, การพูดมีประโยชน์, การไม่เพ่งเล็ง, การไม่พยาบาท, และสัมมาทิฏฐิ (ความเห็นชอบ)

พระพุทธองค์ยังทรงตรัสอีกว่า เมื่อภิกษุละตัณหาได้แล้ว ถอนรากถอนโคนออกแล้ว ทำให้เหมือนต้นตาลที่ถูกตัดยอด ไม่สามารถงอกขึ้นมาได้อีก ภิกษุนั้นย่อมเป็นพระอรหันต์ผู้มีอาสวะสิ้นแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์ ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ปลงภาระลงได้แล้ว บรรลุประโยชน์ของตนแล้ว มีสังโยชน์ในภพสิ้นไปแล้ว พ้นวิเศษแล้วเพราะรู้โดยชอบ

เมื่อได้ฟังพระธรรมเทศนานี้ วัจฉโคตตปริพาชกรู้สึกเลื่อมใสยิ่งนัก จึงขอถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ และขอบรรพชาอุปสมบทในพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ทรงอธิบายถึงธรรมเนียมการบวชสำหรับผู้ที่มาจากศาสนาอื่นว่าต้องอยู่ปริวาส ๔ เดือน แต่ปัจเจกบุคคลนั้นต่างกัน วัจฉโคตตะจึงอาสาอยู่ปริวาสถึง ๔ ปี พระพุทธองค์ก็ทรงอนุญาตให้บวช

หลังจากอุปสมบทได้ไม่นาน ภิกษุวัจฉโคตตะก็ได้บรรลุอรหัตตผล เป็นผู้ที่ทำวิชชา ๓ ให้เกิดขึ้นได้ และเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งในโลก

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-03-02
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka