The Shorter Discourse on Emptiness
พระจูฬสุญญตสูตร (MN 121) กล่าวถึงการฝึกปฏิบัติเจริญ **ความว่าง** อย่างเป็นลำดับขั้น เพื่อนำไปสู่การหลุดพ้น พระอานนท์ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคถึงคำสอนที่เคยได้ยินมาว่า พระองค์ทรงอยู่ด้วยการเจริญ **ความว่าง** เป็นปกติ พระพุทธองค์ทรงยืนยันและอธิบายแนวทางการปฏิบัติ
พระพุทธองค์ทรงยกตัวอย่างเรือนยอดของนางมิคารมาตา ที่ "ว่างเปล่าจากช้าง โค ม้า นางม้า ทอง และเงิน และการประชุมของบุรุษและสตรี" แต่ก็ "ไม่ว่างเปล่าจากความเป็นหนึ่งเดียวที่อาศัยภิกษุสงฆ์" นี่คือหลักการพื้นฐานของการพิจารณา **ความว่าง** คือ **ว่างจากสิ่งที่ไม่มีอยู่ แต่เข้าใจว่าสิ่งที่มีอยู่ยังคงมีอยู่**
จากนั้นทรงอธิบายการเจริญ **ความว่าง** ด้วยการละเว้นความรู้สึกหยาบ มุ่งสู่ความรู้สึกที่ละเอียดขึ้นตามลำดับ:
ในแต่ละขั้น ผู้ปฏิบัติจะเข้าใจว่า "ว่างจากสิ่งที่ไม่มีอยู่ แต่สิ่งที่มีอยู่ยังคงมีอยู่" และความเครียด (ทุกข์) ก็ลดลงตามลำดับ จนกระทั่งเข้าถึง **เจโตสมาธิอันไม่มีนิมิต** (signless immersion of the heart) ในขั้นนี้ จิตจะว่างจากอากิญจัญญายตนะและเนวสัญญานาสัญญายตนะ เหลือเพียง **อายตนะ ๖ ที่อาศัยกายนี้และมีชีวิตเป็นปัจจัย**
จุดสูงสุดของ **ความว่าง** คือเมื่อผู้ปฏิบัติพิจารณาเห็นว่า แม้แต่เจโตสมาธิอันไม่มีนิมิตนี้ก็เป็นสังขาร (สิ่งที่ปรุงแต่ง) และเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง ต้องดับไป เมื่อรู้เห็นเช่นนี้ จิตย่อมหลุดพ้นจากกิเลสคือกามราคะ ภวราคะ และอวิชชา เข้าถึงวิมุตติ (ความหลุดพ้น) และเข้าใจว่ากิจที่ควรทำได้ทำเสร็จแล้ว
ณ จุดนี้ **ความว่าง** นั้นบริสุทธิ์ สูงสุด เพราะว่างจากกิเลสทั้งสามอย่างสิ้นเชิง เหลือเพียง **อายตนะ ๖ ที่อาศัยกายนี้และมีชีวิตเป็นปัจจัย** พระพุทธองค์ทรงยืนยันว่า พระอรหันต์ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ล้วนเข้าถึง **ความว่างอันบริสุทธิ์ สูงสุด** เช่นเดียวกันนี้ และทรงแนะนำให้อานนท์ฝึกฝนเช่นกัน
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →