ในปโลกธัมมสูตรนี้ พระอานนท์ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคถึงความหมายของคำว่า "โลก" ว่าโลกมีความหมายว่าอย่างไรในพระธรรมวินัยนี้
พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดงว่า สิ่งที่เรียกว่า "โลก" ในพระธรรมวินัยของพระอริยะนั้น คือ สิ่งใดที่ต้องพินาศไป สิ่งนั้นแลเรียกว่าโลก (ปโลกธัมม)
โดยทรงอธิบายถึงสิ่งที่ต้องพินาศไปว่าเป็นสิ่งที่ครอบคลุมอายตนะทั้งหกและสิ่งที่เกี่ยวข้องกับอายตนะเหล่านั้น ดังนี้:
- ตา ย่อมต้องพินาศไป รวมถึง รูป (สิ่งที่เห็นด้วยตา), จักขุวิญญาณ (ความรู้แจ้งทางตา), จักขุสัมผัส (การกระทบทางตา) และ ความรู้สึก (เวทนา) อันเป็นสุข เป็นทุกข์ หรือไม่สุขไม่ทุกข์ ที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย ก็ย่อมต้องพินาศไป
- หลักการเดียวกันนี้ยังครอบคลุมถึงอายตนะที่เหลืออีก ๕ คือ หู จมูก ลิ้น กาย และ ใจ พร้อมทั้งสิ่งที่เกี่ยวข้องกับอายตนะเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็น เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์ ความรู้แจ้ง การกระทบ และความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากอายตนะเหล่านั้น ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องพินาศไปทั้งสิ้น
ดังนั้น พระพุทธองค์จึงทรงสรุปย้ำว่า สิ่งใดที่ต้องพินาศไป สิ่งนั้นแลเรียกว่าโลก ในพระธรรมวินัยของพระอริยะ
ประโยชน์ที่ผู้ศึกษาจะได้รับจากพระสูตรนี้:
- ความเข้าใจโลกตามความเป็นจริง: ผู้ศึกษาย่อมได้รับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า โลกในมุมมองของพระพุทธศาสนานั้น ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่โลกทางกายภาพที่เราอาศัยอยู่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงประสบการณ์ทั้งหมดที่เรารับรู้ผ่านอายตนะทั้งหก ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงและเสื่อมสลายไป (อนิจจัง)
- การคลายความยึดมั่นถือมั่น: เมื่อตระหนักว่าทุกสิ่งที่เราสัมผัส รับรู้ และยึดติดในโลกล้วนเป็น "ปโลกธัมม" คือสิ่งที่จะต้องพินาศไป ผู้ปฏิบัติย่อมสามารถคลายความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งเหล่านั้นลงได้ นำไปสู่การลดความทุกข์ที่เกิดจากการพลัดพราก ความผิดหวัง หรือความไม่สมหวัง
- การเจริญปัญญาและวิราคะ: การพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแท้ของสิ่งต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ เป็นหนทางแห่งการเจริญปัญญาและวิราคะ (ความไม่กำหนัดยินดี) ทำให้จิตใจเป็นอิสระจากกิเลสเครื่องร้อยรัด และดำเนินไปในหนทางแห่งการหลุดพ้นจากวัฏสงสารในที่สุด
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-04-17