| พระไตรปิฎก | เล่มที่ 19 |
| นิกาย | สังยุตตนิกาย |
| ผู้แสดงธรรม | พระพุทธเจ้า |
| ผู้ฟัง | หมู่ภิกษุ |
| สถานที่ | กรุงสาวัตถี |
| Link | จักกวัตติราชสูตร |
จักกวัตติราชสูตร ในสังยุตตนิกาย มหาวารวรรค โสตาปัตติสังยุตต์ (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๙) เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงเปรียบเทียบระหว่างพระเจ้าจักรพรรดิผู้ทรงธรรมกับอริยสาวก เพื่อชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของผลแห่งการกระทำที่นำไปสู่การหลุดพ้นอย่างแท้จริง พระสูตรนี้เกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ซึ่งพระพุทธองค์ได้ทรงตรัสสอนภิกษุทั้งหลายถึงสารัตถะแห่งการพึ่งตนและพึ่งธรรม.
พระพุทธองค์ทรงอธิบายว่า พระเจ้าจักรพรรดิผู้ทรงธรรม แม้จะทรงครองราชย์เป็นใหญ่เหนือสี่ทวีป ทรงชนะโดยธรรม ไม่ต้องใช้อาชญาหรือศาสตราอาวุธ ทรงประกอบด้วยแก้ว ๗ ประการ เช่น จักรแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว และมีพระโอรสผู้กล้าหาญกว่าพันพระองค์ ภายหลังการสวรรคต พระองค์ย่อมไปอุบัติในสุคติโลกสวรรค์ ได้เข้าถึงความเป็นผู้ร่วมกับเหล่าทวยเทพชั้นดาวดึงส์ ได้รับความสุขจากกามคุณทั้ง ๕ ที่เป็นทิพย์ในสวนนันทวัน. อย่างไรก็ตาม แม้พระเจ้าจักรพรรดิจะทรงประกอบด้วยคุณธรรมที่ดีงามดังกล่าว แต่ก็ยังไม่พ้นจากอบายภูมิ คือ นรก กำเนิดเดรัจฉาน และภูมิแห่งเปรต อันเป็นทุคติ วินิบาต.
ในทางตรงกันข้าม อริยสาวก (พระอริยบุคคลผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า) แม้จะเลี้ยงชีวิตด้วยอาหารที่แสวงหามาได้ด้วยกำลังแข้งและนุ่งห่มผ้าที่เศร้าหมอง แต่ก็เป็นผู้ที่พ้นจากนรก พ้นจากกำเนิดเดรัจฉาน พ้นจากภูมิแห่งเปรต และพ้นจากอบาย ทุคติ วินิบาต. การที่อริยสาวกพ้นจากอบายภูมิได้นั้น เพราะท่านประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ ได้แก่ ความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า ว่าเป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ, ความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระธรรม ว่าเป็นธรรมที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ดีแล้ว ผู้ปฏิบัติพึงเห็นได้ด้วยตนเอง, ความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ ว่าเป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ และศีลอันเป็นที่รักใคร่ ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย เป็นไท เป็นวิญญูชนสรรเสริญ.
พระสูตรนี้จึงเน้นย้ำว่า การจะเป็นผู้ที่หลุดพ้นจากทุกข์และอบายภูมิได้อย่างแท้จริงนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอำนาจความยิ่งใหญ่ทางโลก หรือการกระทำความดีในระดับโลกียะเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับการประพฤติปฏิบัติธรรมในระดับโลกุตตระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าถึงกระแสแห่งพระนิพพาน (โสดาบัน) ซึ่งมีองค์ธรรม ๔ ประการข้างต้นเป็นเครื่องรับประกันว่าผู้นั้นจะไม่ไปเกิดในอบายภูมิอีกต่อไป. ดังนั้น พระพุทธองค์จึงทรงสอนให้ภิกษุทั้งหลายมีตนเป็นเกาะ มีธรรมเป็นเกาะ ไม่พึ่งสิ่งอื่น และให้เจริญสติปัฏฐาน ๔ ซึ่งเป็นหนทางนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนาคือพระนิพพาน.
| พระสูตร | ผู้แสดงธรรม |
|---|---|
| ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร | พระพุทธเจ้า |
| สมัตตสูตรที่ ๖ | พระพุทธเจ้า |
| เอกธัมมสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ทุติยวิตถารสูตร | พระพุทธเจ้า |
| คิลานสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ปฐมสิเนรุปัพพตราชสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ปฐมสังขิตตสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ตติยคิลานสูตร | พระมหาจุนทะ |
| เมตตาสหคตสูตร | พระพุทธเจ้า |