ในเอกธัมมสูตร (sn54.1) พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรม ณ กรุงสาวัตถี ทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายว่า เมื่อ ธรรมอย่างหนึ่ง อันบุคคลเจริญและทำให้มากแล้ว ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก ธรรมอย่างหนึ่งนั้นคือ อานาปานสติ อันเป็นการระลึกรู้ลมหายใจเข้าออกนั่นเอง
พระองค์ทรงอธิบายวิธีการเจริญอานาปานสติอย่างละเอียด เริ่มจากการที่ภิกษุพึงไปยังสถานที่สงัด เช่น ป่า โคนไม้ หรือเรือนว่างเปล่า แล้วนั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า โดยมีสติหายใจเข้า มีสติหายใจออก จากนั้นจึงกำหนดรู้ลมหายใจและสภาพธรรมที่เกิดขึ้นตามลำดับ ดังนี้:
- การกำหนดรู้ลมหายใจเบื้องต้น:
- เมื่อหายใจเข้ายาวหรือสั้น ย่อมรู้ชัดว่าหายใจเข้ายาวหรือสั้น
- เมื่อหายใจออกยาวหรือสั้น ย่อมรู้ชัดว่าหายใจออกยาวหรือสั้น
- สำเหนียกปฏิบัติว่า จะหายใจเข้า-ออก กำหนดรู้กองลมทั้งปวง (กายสังขาร)
- สำเหนียกปฏิบัติว่า จะหายใจเข้า-ออก ยังกายสังขารให้ระงับ
- การกำหนดรู้และบริหารจิต:
- สำเหนียกปฏิบัติว่า จะหายใจเข้า-ออก กำหนดรู้ปีติ (ความอิ่มใจ)
- สำเหนียกปฏิบัติว่า จะหายใจเข้า-ออก กำหนดรู้สุข (ความสบายใจ)
- สำเหนียกปฏิบัติว่า จะหายใจเข้า-ออก กำหนดรู้จิตสังขาร (เวทนาและสัญญา)
- สำเหนียกปฏิบัติว่า จะหายใจเข้า-ออก ยังจิตสังขารให้ระงับ
- สำเหนียกปฏิบัติว่า จะหายใจเข้า-ออก กำหนดรู้จิต
- สำเหนียกปฏิบัติว่า จะหายใจเข้า-ออก ทำจิตให้ร่าเริง
- สำเหนียกปฏิบัติว่า จะหายใจเข้า-ออก ทำจิตให้ตั้งมั่น (เป็นสมาธิ)
- สำเหนียกปฏิบัติว่า จะหายใจเข้า-ออก ทำจิตให้เปลื้องปล่อย (จากกิเลส)
- การพิจารณาธรรมเพื่อวิปัสสนา:
- สำเหนียกปฏิบัติว่า จะหายใจเข้า-ออก พิจารณาเห็นความไม่เที่ยง (อนิจจัง)
- สำเหนียกปฏิบัติว่า จะหายใจเข้า-ออก พิจารณาเห็นความคลายกำหนัด (วิราคะ)
- สำเหนียกปฏิบัติว่า จะหายใจเข้า-ออก พิจารณาเห็นความดับ (นิโรธ)
- สำเหนียกปฏิบัติว่า จะหายใจเข้า-ออก พิจารณาเห็นความสละคืน (ปฏินิสสัคคะ)
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสรุปว่า อานาปานสติที่ได้รับการเจริญและทำให้มากในลักษณะนี้ ย่อมเป็นธรรมที่มีผลมากและมีอานิสงส์มากอย่างแท้จริง นำไปสู่การปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้นและประโยชน์สูงสุด
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-05-09