| พระไตรปิฎก | เล่มที่ 19 |
| นิกาย | สังยุตตนิกาย |
| ผู้แสดงธรรม | พระพุทธเจ้า |
| ผู้ฟัง | เจ้าศากยะมหานามะ |
| สถานที่ | นิโครธาราม กรุงกบิลพัสดุ์ |
| Link | ทุติยมหานามสูตร |
ทุติยมหานามสูตรในสังยุตตนิกาย (SN 55.22) เป็นพระสูตรที่มีเนื้อหาสำคัญที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่เจ้าศากยะพระนามว่ามหานามะ ณ นิโครธาราม กรุงกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ เพื่อคลายความกังวลเกี่ยวกับการจุติและการปฏิสนธิ.
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้ามหานามะเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค และกราบทูลความกังวลของตนว่า กรุงกบิลพัสดุ์เป็นเมืองที่มั่งคั่ง มีผู้คนพลุกพล่าน บางครั้งหลังจากที่ตนได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าหรือภิกษุรูปอื่นแล้ว เมื่อกลับเข้าเมืองก็ต้องเผชิญกับความวุ่นวาย เช่น ช้าง ม้า รถ เกวียน หรือผู้คนที่สัญจรไปมามากมาย ทำให้บางครั้งตนเองเกิดความพลั้งเผลอ ขาดสติในการระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ เจ้ามหานามะจึงกราบทูลถามพระพุทธเจ้าด้วยความวิตกว่า หากตนต้องตายไปในขณะที่ขาดสติเช่นนั้น คติในสัมปรายภพของตนจะเป็นอย่างไร.
พระผู้มีพระภาคจึงตรัสตอบว่า "อย่ากลัวเลยมหานามะ อย่ากลัวเลย การตายของท่านจะไม่เลวทราม การทำกาละของท่านจะไม่เลวทราม" พระองค์ทรงอธิบายว่า อริยสาวกผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ ย่อมน้อมไป สู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน.
ธรรม ๔ ประการที่ว่านี้ได้แก่:
ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า ว่าพระผู้มีพระภาคเป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดีแล้ว ทรงรู้แจ้งโลก เป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึก ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้มีโชค.
ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระธรรม ว่าพระธรรมเป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดีแล้ว เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติพึงเห็นได้ด้วยตนเอง เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้และให้ผลได้ ไม่จำกัดกาลเวลา ควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามาในตน และเป็นสิ่งที่ผู้รู้พึงรู้ได้เฉพาะตน.
ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ ว่าหมู่แห่งพระสาวกของพระผู้มีพระภาคปฏิบัติแล้วดีแล้ว ปฏิบัติตรงแล้ว ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว ปฏิบัติสมควรแล้ว ได้แก่ คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ นับเรียงตัวบุรุษได้ ๘ บุรุษ นั่นคือพระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาค เป็นผู้ควรแก่สักการะ เป็นผู้ควรแก่ของต้อนรับ เป็นผู้ควรแก่ทักษิณา เป็นผู้ควรอัญชลี เป็นนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า.
ประกอบด้วยศีลอันเป็นที่รักของพระอริยะ ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย เป็นไท ได้รับการยกย่องจากบัณฑิต ไม่ถูกตัณหาและทิฐิครอบงำ เป็นไปเพื่อสมาธิ.
พระพุทธเจ้าทรงอุปมาว่า เหมือนต้นไม้ที่น้อมไปทางทิศตะวันออก โน้มไปทางทิศตะวันออก โอนไปทางทิศตะวันออก เมื่อถูกตัดที่โคนแล้ว ก็ย่อมล้มไปในทิศทางที่มันน้อม โน้ม โอนไปนั้นเอง. ฉันใดก็ฉันนั้น อริยสาวกผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้ ย่อมน้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน โดยไม่ขึ้นกับสถานการณ์ภายนอกที่ทำให้จิตใจว้าวุ่นชั่วขณะ เพราะกระแสจิตได้ถูกน้อมไปในทางที่ถูกที่ควรแล้ว.
| พระสูตร | ผู้แสดงธรรม |
|---|---|
| ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร | พระพุทธเจ้า |
| มัลลกสูตร | พระพุทธเจ้า |
| โพชฌงค์ นิพพิทาสูตร | พระพุทธเจ้า |
| จิรัฏฐิติสูตร | พระอานนท์ |
| ตติยเทวจาริกสูตร | พระพุทธเจ้า |
| กังเขยยสูตร | พระพุทธเจ้า |
| จักกวัตติสูตร | พระพุทธเจ้า |
| พรหมจริโยคธสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ปฐมสิเนรุปัพพตราชสูตร | พระพุทธเจ้า |