พระสูตรนี้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ แคว้นมัลละ ใกล้เมืองอุรุเวลากัปปะ และได้ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ตราบใดที่ "อริยญาณ" หรือปัญญาอันประเสริฐยังไม่เกิดขึ้นแก่อริยสาวก อินทรีย์ทั้งสี่จะยังไม่ตั้งมั่นและไม่มั่นคง แต่เมื่อใดที่อริยญาณเกิดขึ้นแล้ว อินทรีย์ทั้งสี่นั้นก็จะตั้งมั่นและมั่นคงเป็นปึกแผ่น
พระพุทธองค์ทรงอุปมาเรื่องนี้กับเรือนที่ยังสร้างไม่เสร็จ โดยตรัสว่า ตราบใดที่ยอดเรือนยังไม่ได้ถูกยกขึ้นวาง ขื่อหรือโครงสร้างของหลังคาเรือนก็ยังไม่มั่นคงและตั้งอยู่ได้ แต่เมื่อใดที่ยอดเรือนถูกยกขึ้นวางแล้ว ขื่อหรือโครงสร้างเหล่านั้นก็จะตั้งมั่นและมั่นคงได้โดยสมบูรณ์
ในทำนองเดียวกันนี้ ตราบใดที่ปัญญาอันประเสริฐยังไม่เกิดขึ้นแก่อริยสาวก อินทรีย์ทั้งสี่ย่อมยังไม่มั่นคงและไม่ตั้งอยู่ได้ แต่เมื่อใดที่ปัญญาอันประเสริฐนั้นเกิดขึ้นแล้ว อินทรีย์ทั้งสี่ก็จะมั่นคงและตั้งอยู่ได้โดยสมบูรณ์
-
อินทรีย์ทั้งสี่ที่กล่าวถึงนั้นได้แก่:
- อินทรีย์คือ สัทธา (ความเชื่อมั่น)
- อินทรีย์คือ วิริยะ (ความเพียร)
- อินทรีย์คือ สติ (ความระลึกรู้)
- อินทรีย์คือ สมาธิ (ความตั้งมั่นแห่งจิต)
พระสูตรนี้สรุปว่า เมื่อใดที่อริยสาวกมีปัญญา ซึ่งเปรียบเสมือนยอดเรือน อินทรีย์แห่งศรัทธา วิริยะ สติ และสมาธิ ที่ดำเนินไปพร้อมกับปัญญานั้น ก็จะมั่นคงและตั้งอยู่ได้อย่างแท้จริง อันเป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญของปัญญาในการเป็นหลักยึดเหนี่ยวและทำให้การปฏิบัติธรรมเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง.
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมัลลกสูตร