อดีตเหตุ
อวิชชาและสังขาร เป็นเหตุในอดีตที่ส่งผลมาถึงปัจจุบัน
Dependent Origination
ปฏิจจสมุปบาทนัยแสดงความเกิดขึ้นและความสืบต่อของกองทุกข์โดยอาศัยเหตุปัจจัย เมื่อเหตุมี ผลจึงเกิด และเมื่อเหตุดับ ผลที่อาศัยเหตุนั้นย่อมดับตาม หลักนี้จำแนกเป็นองค์ธรรม 12 ประการที่สัมพันธ์ต่อเนื่องกัน
ความไม่รู้สภาวธรรมตามความเป็นจริง โดยเฉพาะความไม่รู้อริยสัจ 4 เป็นปัจจัยให้เกิดการปรุงแต่งกรรม
เจตนากรรมฝ่ายกุศลและอกุศลที่ปรุงแต่งการเกิดวิบากและการสืบต่อของชีวิต
จิตที่รู้อารมณ์ โดยเฉพาะปฏิสนธิวิญญาณซึ่งเกิดขึ้นด้วยอำนาจของสังขารกรรม
นามธรรมและรูปธรรมที่เกิดร่วมกันหรือสัมพันธ์กัน โดยมีวิญญาณเป็นปัจจัยอุปการะ
อายตนะภายใน 6 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ซึ่งเป็นทางรับรู้อารมณ์
การประจวบกันของอายตนะภายใน อารมณ์ และวิญญาณ ทำให้เกิดการกระทบอารมณ์
ความเสวยอารมณ์เป็นสุข ทุกข์ หรืออุเบกขา ซึ่งเกิดขึ้นโดยมีผัสสะเป็นปัจจัย
ความทะยานอยากและความติดข้องในอารมณ์ โดยอาศัยเวทนาเป็นปัจจัย
ความยึดมั่นถือมั่นอย่างมีกำลัง ซึ่งสืบเนื่องและเพิ่มพูนจากตัณหา
กัมมภพคือกรรมที่นำไปสู่การเกิด และอุปปัตติภพคือภาวะแห่งการเกิดขึ้นในภูมิต่าง ๆ
ความเกิดขึ้นของขันธ์ อายตนะ และสภาวธรรมทั้งหลายในภพใหม่
ความแก่และความตายของสภาวธรรมที่เกิดแล้ว พร้อมความโศกและทุกข์ที่เนื่องกัน
อวิชชาและสังขาร เป็นเหตุในอดีตที่ส่งผลมาถึงปัจจุบัน
วิญญาณถึงเวทนาเป็นผลปัจจุบัน ส่วนตัณหา อุปาทาน และภพเป็นเหตุปัจจุบัน
ชาติและชรามรณะ เป็นผลในอนาคตที่เกิดจากเหตุปัจจุบัน
อวิชชา ตัณหา และอุปาทาน เป็นวงจรของกิเลสที่ผลักดันการกระทำ
สังขารและกัมมภพ เป็นวงจรของกรรมที่มีกำลังให้ผล
วิญญาณ นามรูป สฬายตนะ ผัสสะ เวทนา ชาติ และชรามรณะ เป็นวงจรของผลกรรม