Subhasutta

สุภสูตร

With Subha

ข้อมูลพระสูตร
พระไตรปิฎกเล่มที่ 9
นิกายทีฆนิกาย
ผู้แสดงธรรมพระอานนท์
ผู้ฟังมาณพชื่อสุภะ
สถานที่พระเชตวัน กรุงสาวัตถี
อ่านพระสูตรสุภสูตร →

สรุปเนื้อหา สุภสูตร

สุภสูตรเริ่มต้นขึ้นเมื่อพระอานนท์จำพรรษาอยู่ที่วัดเชตวัน หลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานไม่นาน สุภมาณพ บุตรของโตเทยยะพราหมณ์ ได้ส่งศิษย์ไปนิมนต์พระอานนท์มายังบ้านของตน พระอานนท์รับนิมนต์จะไปเยี่ยมในวันรุ่งขึ้น

เมื่อพระอานนท์เดินทางไปถึง สุภมาณพได้สอบถามว่า พระโคตมพุทธเจ้าทรงสรรเสริญสิ่งใด ทรงส่งเสริม ตั้งมั่น และประดิษฐานชนทั้งหลายไว้ในสิ่งใด พระอานนท์ตอบว่า พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญ ไตรสิกขาอันประเสริฐ ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่สมบูรณ์และบริสุทธิ์ ได้แก่ ศีล สมาธิ และปัญญา

  • ศีล:

    พระอานนท์อธิบายว่า ศีลเริ่มต้นจากการที่คฤหบดีได้ฟังธรรม เกิดศรัทธา ออกบวชเป็นบรรพชิต เมื่อบวชแล้ว ภิกษุพึงประพฤติให้บริสุทธิ์ โดย

    • ละเว้นการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดพรหมจรรย์ พูดเท็จ ส่อเสียด หยาบคาย เพ้อเจ้อ.
    • ละเว้นจากเดรัจฉานวิชา เช่น การทำนายทายทัก การรักษาโรคด้วยวิธีต่างๆ การดูฤกษ์ยาม.

    ภิกษุผู้มีศีลบริสุทธิ์ย่อมประสบความสุขที่ไร้มลทิน สุภมาณพทึ่งในความสมบูรณ์ของศีล แต่พระอานนท์กล่าวว่า "ยังมีกิจที่ควรทำอีก".

  • สมาธิ:

    การเจริญสมาธิประกอบด้วยการปฏิบัติขั้นพื้นฐานและขั้นสูงขึ้นไป

    • การสำรวมอินทรีย์: ไม่ยึดติดในรูปลักษณ์ รายละเอียดเมื่อเห็น ได้ยิน ดมกลิ่น ลิ้มรส สัมผัส หรือรู้แจ้งธรรมารมณ์.
    • มีสติสัมปชัญญะ: รู้ตัวทั่วพร้อมในการเคลื่อนไหว ทำกิจต่างๆ ในชีวิตประจำวัน.
    • มีความสันโดษ: ยินดีด้วยปัจจัยสี่ตามมีตามได้ เช่น จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ.
    • การละนิวรณ์ ๕: คือ กามฉันทะ (ความอยากได้ในกาม) พยาบาท (ความคิดร้าย) ถีนมิทธะ (ความหดหู่และง่วงเหงา) อุทธัจจกุกกุจจะ (ความฟุ้งซ่านและรำคาญใจ) วิจิกิจฉา (ความสงสัย) ซึ่งเปรียบเสมือนหนี้สิน โรคภัย เรือนจำ ความเป็นทาส และทางกันดาร.
    • การเข้าฌาน ๔: เมื่อละนิวรณ์ได้ จิตย่อมเข้าสู่ฌานที่ ๑-๔ ซึ่งเป็นสภาวะที่จิตสงบตั้งมั่น มีปีติสุข อุเบกขา.

    สุภมาณพประหลาดใจกับสมาธิอันบริบูรณ์ แต่พระอานนท์กล่าวว่า "ยังมีกิจที่ควรทำอีก".

  • ปัญญา:

    เมื่อจิตตั้งมั่นบริสุทธิ์แล้ว ภิกษุ น้อมจิตไปเพื่อญาณทัสสนะ (ความรู้แจ้ง) ได้แก่

    • ญาณหยั่งรู้กายและจิต.
    • การเนรมิตกายสำเร็จด้วยใจ.
    • อิทธิวิธี (การแสดงฤทธิ์ต่างๆ).
    • ทิพยโสต (หูทิพย์).
    • เจโตปริยญาณ (การกำหนดรู้ใจผู้อื่น).
    • ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ (การระลึกชาติ).
    • ทิพยจักษุญาณ (การเห็นการจุติและอุบัติของสัตว์).
    • อาสวักขยญาณ (ความสิ้นอาสวะ):

      เป็นการรู้แจ้งอริยสัจ ๔ และการสิ้นไปของอาสวะ (กามภพ อวิชชา) ทำให้จิตหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง และรู้ว่า "ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป".

    พระอานนท์สรุปว่า ในขั้นปัญญานี้ "ไม่มีกิจอื่นที่ควรทำอีก". สุภมาณพรู้สึกเลื่อมใสยิ่งนัก สรรเสริญพระอานนท์ และประกาศตนขอถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งตลอดชีวิต.

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-04-28
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka