With Poṭṭhapāda
โปฏฐปาทสูตร (ทีฆนิกาย DN 9) เป็นพระสูตรที่บันทึกการสนทนาระหว่างพระพุทธเจ้ากับโปฏฐปาทปริพาชก ณ มัลลิการาม เขตกรุงสาวัตถี ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อพระพุทธองค์เสด็จเข้าไปในขณะที่โปฏฐปาทะและบริวารกำลังสนทนาเรื่องทางโลกต่าง ๆ อย่างอึกทึก. โปฏฐปาทะได้กราบทูลถามพระพุทธเจ้าถึงเรื่อง "อภิสัญญานิโรธ" หรือภาวะที่สัญญาดับไปอย่างสิ้นเชิง.
ในยุคนั้น มีความเชื่อที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการดับสัญญาหลายประการ เช่น บางพวกเชื่อว่าสัญญาเกิดดับเองโดยไม่มีเหตุปัจจัย, บางพวกเชื่อว่าเป็นเพราะ "อัตตา" (วิญญาณหรือตัวตน) เข้าและออกจากร่างกาย, บางพวกเชื่อว่าเป็นเพราะสมณพราหมณ์ผู้มีฤทธิ์บันดาล, และบางพวกเชื่อว่าเทพเจ้าเป็นผู้กำหนด. พระพุทธองค์ทรงปฏิเสธความเห็นเหล่านี้ทั้งหมด โดยทรงชี้ว่า สัญญาของบุคคลย่อมเกิดขึ้นและดับไปเพราะมีเหตุปัจจัยรองรับเสมอ ไม่ใช่เกิดขึ้นเองโดยบังเอิญ หรือเกิดจากอำนาจภายนอก.
พระพุทธเจ้าทรงอธิบายว่าการดับไปของสัญญาเกิดขึ้นได้ด้วย "การศึกษาเป็นลำดับ" (อนุปุพพสิกขา) ซึ่งเป็นกระบวนการฝึกฝนทางจิตอย่างเป็นขั้นตอน. การศึกษานี้เริ่มต้นจากการรักษาศีล, การสำรวมอินทรีย์, การละนิวรณ์ 5, และการเจริญฌาน 4 รวมถึงอรูปฌานทั้ง 4 ได้แก่ อากาสานัญจายตนฌาน, วิญญาณัญจายตนฌาน, อากิญจัญญายตนฌาน และเนวสัญญานาสัญญายตนฌาน. ในแต่ละขั้นของการปฏิบัติ สัญญาที่หยาบกว่าจะดับไป และสัญญาที่ละเอียดประณีตกว่าก็จะเกิดขึ้นมาแทน.
พระสูตรนี้ยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างสัญญาและอัตตา โดยพระพุทธองค์ทรงอธิบายว่าแม้จะมีการบัญญัติ "อัตตา" ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น อัตตาที่มีรูป, อัตตาที่สำเร็จด้วยใจ, หรืออัตตาที่หารูปมิได้ สัญญาและอัตตาก็ยังคงเป็นคนละสิ่งกัน. พระพุทธองค์ทรงเน้นย้ำว่า "อัตตา" หรือ "ความเป็นตัวตน" เป็นเพียงคำเรียกขานตามสมมติในโลก. นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงชี้แจงเหตุผลที่ไม่ทรงตอบคำถามบางอย่างที่โปฏฐปาทะสงสัย เช่น โลกเที่ยงหรือไม่ หรือตถาคตเป็นอย่างไรหลังความตาย เพราะคำถามเหล่านั้นไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์, ไม่เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย, คลายกำหนัด, ดับทุกข์, ความสงบ, การรู้ยิ่ง, การตรัสรู้ และนิพพาน.
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →