Maghadevasutta

มฆเทวสูตร

About King Maghadeva

ข้อมูลพระสูตร
พระไตรปิฎกเล่มที่ 13
นิกายมัชฌิมนิกาย
ผู้แสดงธรรมพระพุทธเจ้า
ผู้ฟังพระอานนท์
สถานที่กรุงมิถิลา
อ่านพระสูตรมฆเทวสูตร →

สรุปเนื้อหา มฆเทวสูตร

มฆเทวสูตร (มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ เล่ม ๕) เริ่มต้นขึ้นเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประทับอยู่ที่อัมพวันของพระเจ้ามฆเทวะ ใกล้เมืองมิถิลา และทรงแย้มพระสรวลโดยมีเหตุ ซึ่งพระอานนท์ได้ทูลถามถึงเหตุนั้น.

พระพุทธองค์ทรงเล่าว่า ในอดีตกาลนานมาแล้ว ณ เมืองมิถิลาแห่งนี้ มีพระราชาพระนามว่า มฆเทวะ ทรงเป็นพระธรรมราชา ผู้ตั้งมั่นอยู่ในธรรม ทรงประพฤติราชธรรมอันดีงามในหมู่พราหมณ์ คหบดี ชาวนิคม และชาวชนบท และทรงรักษาอุโบสถอยู่เสมอ. พระเจ้ามฆเทวะได้ตรัสสั่งช่างกัลบกว่า หากเห็นผมหงอกบนพระเศียรเมื่อใด ให้บอกแก่พระองค์เมื่อนั้น.

เมื่อเวลาผ่านไป ช่างกัลบกได้เห็นผมหงอกเส้นหนึ่งบนพระเศียรของพระเจ้ามฆเทวะ จึงกราบทูลว่า "เทวทูตปรากฏแก่พระองค์แล้ว พระเกศาหงอกเกิดบนพระเศียรแล้ว." พระเจ้ามฆเทวะทรงเห็นผมหงอกนั้นเป็นสัญญาณจากเทพ คือ สัญญาณแห่งความแก่ชราและความไม่เที่ยงแท้ของชีวิต.

จากนั้น พระเจ้ามฆเทวะได้ประทานบ้านส่วยแก่ช่างกัลบก แล้วมีรับสั่งให้พระราชโอรสองค์โตเข้ามาเฝ้า และตรัสว่า พระองค์ได้บริโภคกามคุณของมนุษย์มามากแล้ว บัดนี้ถึงเวลาแสวงหากามคุณที่เป็นทิพย์ จึงทรงมอบราชสมบัติให้พระโอรสครองราชย์ต่อ. ส่วนพระองค์เองทรงปลงพระเกศาและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสายะ ออกผนวชเป็นบรรพชิต และทรงเจริญพรหมวิหาร ๔ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา.

วัตรปฏิบัติอันดีงามนี้ได้ถูกสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นในราชวงศ์ของพระเจ้ามฆเทวะ เป็นเวลาถึง 84,000 พระองค์ โดยทุกพระองค์เมื่อเห็นผมหงอกก็ทรงมอบราชสมบัติให้โอรสแล้วออกผนวช เจริญพรหมวิหาร ๔ และเมื่อสิ้นพระชนม์ก็บังเกิดในพรหมโลก. พระเจ้ามฆเทวะในชาติปัจจุบันคือพระพุทธเจ้าเอง และพระเจ้านิมิเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายในสายราชวงศ์นี้ที่ยังคงรักษาวัตรปฏิบัติอันดีงามไว้.

พระพุทธองค์ทรงเปรียบเทียบวัตรอันงามที่พระองค์ได้ทรงตั้งไว้ในครั้งนั้น (คือการออกจากเรือนบวชเมื่อเห็นผมหงอก และการเจริญพรหมวิหาร ๔) กับอริยมรรคมีองค์ ๘ ที่พระองค์ทรงแสดงในปัจจุบัน ซึ่งเป็นหนทางที่นำไปสู่พระนิพพาน. มฆเทวสูตรจึงสอนให้เห็นถึงความสำคัญของการพิจารณาความแก่ชราเป็นเทวทูต และการละกามสุขเพื่อดำเนินตามเส้นทางแห่งการปฏิบัติธรรมเพื่อหลุดพ้นจากวัฏสงสาร.

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-03-02
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka