พราหมณสูตร (Ud 1.5) เป็นพระสูตรที่ถ่ายทอดเหตุการณ์ขณะที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ เชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี ในช่วงเวลานั้นมีพระเถระผู้ใหญ่ 10 รูป อาทิ พระสารีบุตร พระมหาโมคคัลลานะ และพระมหากัสสปะ เดินทางเข้ามาเฝ้าพระพุทธองค์ เมื่อพระพุทธองค์ทอดพระเนตรเห็นพระเถระเหล่านั้น จึงตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า "พราหมณ์กำลังมา" การตรัสเช่นนี้ทำให้ภิกษุรูปหนึ่งซึ่งมีชาติกำเนิดเป็นพราหมณ์เกิดความสงสัย จึงทูลถามถึงนิยามและความหมายที่แท้จริงของการเป็นพราหมณ์ตามหลักพุทธศาสนา

พระพุทธองค์จึงได้แสดงธรรมเป็นอุทานคาถาเพื่อชี้แจงว่า ความเป็นพราหมณ์ไม่ได้เกิดขึ้นจากชาติกำเนิดหรือสายเลือด แต่เกิดจากการปฏิบัติธรรมและการชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ โดยสรุปคุณสมบัติของผู้เป็น "พราหมณ์ที่แท้จริง" ในทางพุทธศาสนาได้ดังนี้:

  • การละบาปธรรม: พราหมณ์คือผู้ที่ขจัดอกุศลธรรมและคุณสมบัติที่ไม่ดีออกไปจากจิตใจจนหมดสิ้น
  • ความมีสติสัมปชัญญะ: เป็นผู้ที่ดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาท มีสติกำกับรู้เท่าทันอารมณ์และสภาวะธรรมอยู่เสมอ
  • การสิ้นสังโยชน์: เป็นผู้ที่ตัดเครื่องผูกพันหรือกิเลสที่ผูกมัดจิตใจไว้กับวัฏสงสารได้โดยเด็ดขาด
  • ความเป็นผู้ตื่น: เป็นผู้ที่มีปัญญาอันสว่างไสว ผู้ที่รู้แจ้งเห็นจริงในอริยสัจธรรม

พระสูตรนี้จึงเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า พระพุทธศาสนาได้ปฏิวัติแนวคิดเรื่องพราหมณ์ดั้งเดิม โดยเปลี่ยนนิยามจากเรื่องสถานะทางสังคมหรือวรรณะ มาเป็นการยกย่องบุคคลจาก "ความประพฤติ" และ "ความบริสุทธิ์ภายในจิตใจ" เป็นสำคัญ ซึ่งผู้ที่สามารถขัดเกลาตนเองจนสิ้นกิเลสได้ ผู้นั้นย่อมได้รับการขนานนามว่าเป็นพราหมณ์ผู้ประเสริฐที่สุดในโลก

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-02