สุนทรีสูตร (Ud 4.8) เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ เชตวันมหาวิหาร ในช่วงที่พระพุทธเจ้าและคณะสงฆ์ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาอย่างมากจากชาวเมืองสาวัตถี ทำให้กลุ่มนักบวชลัทธิอื่นเกิดความอิจฉาและสูญเสียลาภสักการะ จึงวางแผนทำลายชื่อเสียงพระพุทธศาสนา โดยการจ้างวานและสังหารนางสุนทรีปริพาชิกาแล้วนำศพไปทิ้งไว้ในบริเวณวัดเชตวัน ก่อนจะกราบทูลให้พระเจ้าปเสนทิโกศลสั่งค้นหาจนพบศพ จากนั้นกลุ่มนักบวชเหล่านั้นได้นำศพแห่ประจานไปทั่วเมืองพร้อมกล่าวโทษคณะสงฆ์ด้วยถ้อยคำหยาบคายและใส่ร้ายว่ากระทำอนาจารและฆาตกรรม

เมื่อเหล่าภิกษุได้รับผลกระทบจากการถูกชาวเมืองด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรงจึงเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงพยากรณ์ว่าข่าวลือนี้จะเกิดขึ้นเพียง 7 วัน เท่านั้น และทรงประทานคาถาให้ภิกษุใช้โต้ตอบเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่า "ผู้พูดโกหกย่อมตกนรก และผู้ที่กระทำแล้วปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ ก็ย่อมตกนรกเช่นกัน ทั้งสองประเภทเป็นคนมีกรรมลามกเหมือนกันในโลกหน้า" ผลปรากฏว่าชาวเมืองเริ่มเปลี่ยนใจและกลับมาเลื่อมใสคณะสงฆ์อีกครั้ง เพราะเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของเหล่าภิกษุ ข่าวลือดังกล่าวจึงสลายไปในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ตามพุทธพยากรณ์

ข้อคิดและคำสอนสำคัญจากพระสูตรนี้:

  • การเผชิญหน้ากับคำใส่ร้าย: การมีสติและใช้วาจาที่แสดงถึงความจริงคือเครื่องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ที่ดีที่สุด
  • การอดทนต่อถ้อยคำรุนแรง: พระพุทธองค์ทรงสอนให้มีขันติธรรม ดังอุทานธรรมที่ว่า "คนทั้งหลายผู้ขาดสติย่อมทิ่มแทงผู้อื่นด้วยวาจา ดุจการแทงช้างในสมรภูมิ เมื่อได้ฟังคำหยาบ ภิกษุควรอดทนโดยไม่โกรธเคือง"
  • ความชั่วไม่ยั่งยืน: การกระทำที่ตั้งอยู่บนความเท็จ ย่อมไม่สามารถปิดบังความจริงได้นาน และจะเสื่อมสลายไปเองตามกาลเวลา
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-02