ผลทายกวิมาน ในขุททกนิกาย แสดงถึงเรื่องราวและอานุภาพแห่งการทำบุญถวายผลไม้แด่พระภิกษุผู้ปฏิบัติตรง ซึ่งส่งผลให้ผู้ทำบุญได้รับผลบุญอันไพบูลย์ ท่องเที่ยวและเสวยสุขอยู่ในทิพยสมบัติบนสวรรค์

จุดเริ่มต้นของเรื่องราว เกิดขึ้นในสมัยที่พระพุทธเจ้าประทับ ณ พระเวฬุวันวิหาร กรุงราชคฤห์ พระเจ้าพิมพิสารทรงอยากเสวยผลมะม่วงในยามที่มิใช่ฤดูกาล พนักงานเฝ้าสวนจึงใช้ความพยายามจนสามารถทำให้ต้นมะม่วงออกผลและสุกได้ ๔ ผล เมื่อเขากำลังนำผลมะม่วงไปถวายพระราชา ได้พบกับท่านพระมหาโมคคัลลานะผู้กำลังบิณฑบาต เขาจึงตัดสินใจน้อมถวายผลมะม่วงทั้งหมดแก่พระเถระด้วยความเลื่อมใส แม้จะรู้ว่าอาจต้องโทษจากพระราชา เพราะเล็งเห็นว่าการถวายทานแก่เนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยมย่อมให้ผลานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่กว่า ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

ผลแห่งทานและการอุทิศส่วนบุญ เมื่อพระราชาทรงทราบเรื่องราว พระองค์ทรงชื่นชมในความเลื่อมใสและยกย่องพนักงานเฝ้าสวนว่าเป็นบัณฑิต พร้อมทั้งพระราชทานรางวัลและขอส่วนบุญจากทานนั้น พนักงานเฝ้าสวนได้อุทิศส่วนบุญให้ และเมื่อเขาเสียชีวิตลง ได้ไปอุบัติเป็นเทพบุตรในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีวิมานทองอันโอฬาร มีความงดงาม มีอานุภาพมาก และมีบริวารเป็นเทพอัปสรคอยบำเรอด้วยความสุข

คำสอนหลักและข้อปฏิบัติ จากเรื่องราวดังกล่าว พระสูตรได้ให้คำสอนสำคัญแก่

  • การถวายทานด้วยจิตที่เลื่อมใสศรัทธาในผู้ปฏิบัติตรง ย่อมได้รับผลบุญอันไพบูลย์และไปบังเกิดในสวรรค์
  • ผู้ที่ปรารถนาความสุข ความสวยงาม ทั้งในโลกมนุษย์และโลกทิพย์ ควรถวายผลไม้หรือทำทานเป็นนิจ
  • การเสียสละเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและการสร้างบุญกุศล ย่อมเป็นที่มาแห่งโภคะและสมบัติอันน่ารักทั้งปวง

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-13