The Aggregates
ขันธสูตร (SN 18.10) จากสังยุตตนิกาย ว่าด้วยเรื่องขันธ์ 5 อันเป็นพื้นฐานสำคัญของพระพุทธศาสนา ได้อธิบายถึงธรรมชาติของขันธ์ทั้งห้า ซึ่งประกอบด้วย รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ในแง่ของความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวตน.
พระสูตรนี้เริ่มต้นด้วยการที่พระผู้มีพระภาคทรงตรัสสอนพระราหุล ว่าด้วยการเกิดขึ้น การตั้งอยู่ และการปรากฏแห่งรูป เป็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรคภัยไข้เจ็บ เป็นความปรากฏแห่งชราและมรณะ. เช่นเดียวกันนี้ พระองค์ทรงขยายความต่อไปยัง เวทนา (ความรู้สึกสุข ทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์) สัญญา (ความจำได้หมายรู้) สังขาร (ความคิดปรุงแต่ง) และวิญญาณ (ความรู้แจ้งอารมณ์) ว่าล้วนมีลักษณะเช่นเดียวกัน คือการเกิดขึ้น การตั้งอยู่ และการปรากฏของสิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรค เป็นความปรากฏแห่งชราและมรณะทั้งสิ้น.
ในทางกลับกัน พระผู้มีพระภาคทรงแสดงต่อไปว่า ความดับไปโดยไม่เหลือ ความสงบระงับ และความดับสูญแห่งรูป ย่อมเป็นความดับไปแห่งทุกข์ เป็นความสงบระงับแห่งโรค และเป็นความดับสูญแห่งชราและมรณะ. หลักการเดียวกันนี้ยังใช้ได้กับเวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณด้วยเช่นกัน. การที่สิ่งเหล่านี้ดับไป ย่อมนำไปสู่ความสงบระงับจากทุกข์ โรค ชรา และมรณะ.
โดยสรุป ขันธสูตรเน้นย้ำให้เห็นว่า อริยสาวกผู้ได้สดับ เมื่อพิจารณาเห็นความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และอนัตตาของขันธ์ 5 เหล่านี้ ย่อมเกิดความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด และหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง เมื่อจิตหลุดพ้นแล้ว ย่อมรู้ชัดว่าชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์ได้อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำได้ทำเสร็จแล้ว และไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป. นี่คือแก่นแท้ของขันธสูตรที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงหนทางแห่งการพ้นทุกข์ด้วยการเข้าใจธรรมชาติของขันธ์ 5 ตามความเป็นจริง.
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →