Intention (2nd)
ทุติยเจตนาสูตร (SN 12.39) จากสังยุตตนิกาย อธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างเจตนา เครื่องผูกรัด และการเกิดขึ้นของกองทุกข์ทั้งมวล โดยพระพุทธองค์ทรงแสดงว่า สิ่งที่บุคคลจงใจ สิ่งที่บุคคลดำริ และสิ่งที่บุคคลมีอนุสัยน้อมไป ย่อมเป็นปัจจัยให้วิญญาณตั้งมั่น
เมื่อวิญญาณตั้งมั่นและเจริญเติบโต ย่อมมีการหยั่งลงแห่งนามรูปเป็นไป ด้วยนามรูปเป็นปัจจัย จึงเกิดอายตนะ ๖ ผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปาทาน ภพ ชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส นี่คือการเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวล
พระองค์ยังทรงอธิบายต่อไปว่า แม้หากบุคคลไม่จงใจและไม่ดำริ แต่ยังมีอนุสัยน้อมไปในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง สิ่งนั้นก็ยังเป็นปัจจัยให้วิญญาณตั้งมั่นได้อยู่ดี และนำไปสู่การเกิดขึ้นของกองทุกข์เช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแห่งการดับทุกข์ว่า เมื่อบุคคลไม่จงใจ ไม่ดำริ และไม่มีอนุสัยน้อมไปในสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว ย่อมไม่มีที่ตั้งแห่งวิญญาณ เมื่อวิญญาณไม่ตั้งมั่นและไม่เจริญเติบโต ย่อมไม่มีการหยั่งลงแห่งนามรูป เมื่อนามรูปดับ อายตนะ ๖ ผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปาทาน ภพ ชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส ก็ย่อมดับไปตามลำดับ นี่คือการดับไปแห่งกองทุกข์ทั้งมวล
โดยสรุป ทุติยเจตนาสูตรเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของเจตนาและอนุสัยในการเป็นเหตุปัจจัยให้เกิดวิญญาณและการดำเนินไปของปฏิจจสมุปบาท ซึ่งนำไปสู่การเกิดและการดับแห่งทุกข์ทั้งปวง
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →