สุนีตเถรคาถาเป็นเรื่องราวการบรรลุธรรมของพระสุนีตเถระ ผู้มีพื้นเพจากวรรณะต่ำต้อยและยากจนข้นแค้น ประกอบอาชีพเป็นคนเก็บขยะและกวาดดอกไม้เหี่ยวแห้งทิ้ง ซึ่งเป็นงานที่ผู้คนรังเกียจและดูถูกเหยียดหยาม ท่านได้อาศัยความอ่อนน้อมถ่อมตนในการวางตัวและแสดงความเคารพต่อผู้อื่นอยู่เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งท่านมีโอกาสได้พบกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เสด็จเข้าสู่กรุงราชคฤห์ ท่านจึงละทิ้งงานที่ทำและเข้าไปกราบพระพุทธองค์ด้วยความเลื่อมใส ด้วยความเมตตาอันหาที่สุดมิได้ พระพุทธเจ้าได้ประทานการบรรพชาอุปสมบทให้ท่านด้วยประโยคสั้นๆ ว่า "เอหิ ภิกขุ" (จงมาเป็นภิกษุเถิด)

หลังจากอุปสมบท พระสุนีตเถระได้ปลีกวิเวกไปบำเพ็ญเพียรในป่าด้วยความมุ่งมั่นและไม่ท้อถอย จนกระทั่งสามารถบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ผู้สิ้นอาสวะกิเลส โดยแบ่งการบรรลุธรรมออกเป็นขั้นตอนสำคัญดังนี้:

  • ยามต้น: ระลึกถึงชาติปางก่อน (ปุพเพนิวาสานุสติญาณ)
  • ยามกลาง: ชำระตาทิพย์ให้บริสุทธิ์ (ทิพยจักษุญาณ)
  • ยามสุดท้าย: ทำลายกองอวิชชาและความมืดมิดในใจให้หมดสิ้น (อาสวักขยญาณ)

เมื่อท่านบรรลุธรรม แม้แต่ท้าวสักกะและเหล่าเทวดาก็พากันมาถวายความเคารพยกย่องท่านว่าเป็นผู้เป็นเนื้อนาบุญอันเลิศ พระพุทธเจ้าทรงเห็นเหตุการณ์นั้นจึงได้เปล่งพระวาจาสรรเสริญและประทานคำสอนที่เป็นหลักสำคัญว่า ความเป็นพราหมณ์ (ผู้ประเสริฐ) นั้น มิได้ขึ้นอยู่กับชาติกำเนิดหรือวรรณะ แต่เกิดจากการบำเพ็ญตบะ การฝึกฝนตนเอง การสำรวมระวัง และการมีขันติธรรม พระสูตรนี้จึงเป็นบทพิสูจน์สำคัญที่ยืนยันว่ามนุษย์ทุกคนสามารถยกระดับจิตวิญญาณของตนจนสูงสุดได้ด้วยการปฏิบัติธรรม ไม่ว่าจะมีพื้นฐานทางสังคมอย่างไรก็ตาม

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-09