อสิตาภูชาดก เป็นเรื่องราวที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงเพื่อชี้ให้เห็นถึงโทษของความโลภและความไม่รู้จักพอ โดยมีมูลเหตุมาจากเรื่องราวของกุลธิดาท่านหนึ่งในกรุงสาวัตถี ผู้ซึ่งมีสามีที่ไม่ใยดีและมักแสวงหาความสุขในทางที่ผิด เมื่อนางได้ฟังธรรมจากพระอัครสาวกจนบรรลุโสดาปัตติผล จึงเห็นโทษของการครองเรือนและตัดสินใจออกบวชจนบรรลุอรหัตผลในที่สุด พระพุทธองค์จึงตรัสว่านางเป็นผู้แสวงหาประโยชน์มาตั้งแต่อดีตชาติ

ในอดีตกาล พรหมทัตกุมารถูกพระราชบิดาเนรเทศจึงพานางอสิตาภูพระมเหสีไปใช้ชีวิตในป่า ต่อมาพรหมทัตกุมารเกิดความโลภและหลงใหลในนางกินรี จึงละทิ้งพระนางอสิตาภูไปติดตามนางกินรีด้วยความมัวเมา นางอสิตาภูเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงตระหนักถึงความไร้แก่นสารของสามี จึงตัดสินใจไปศึกษาธรรมและฝึกกสิณจนได้อภิญญาสมาบัติ เมื่อพรหมทัตกุมารตามหานางกินรีไม่พบและเสด็จกลับมา นางอสิตาภูจึงแสดงธรรมเตือนสติว่าความรักของนางต่อเขาได้ขาดสะบั้นลงดุจงาช้างที่ถูกเลื่อยขาด ไม่สามารถประสานให้กลับมาเหมือนเดิมได้อีก แล้วนางจึงเหาะจากไป ทิ้งให้พรหมทัตกุมารโศกเศร้าเสียใจและสำนึกผิดในความโลภของตน

  • โทษของความโลภ: ความปรารถนาที่เกินพอดี (อติอิชฌา) และความมัวเมาในโลภะ ย่อมทำให้บุคคลสูญเสียสิ่งที่ควรค่าและมีอยู่ไปอย่างน่าเสียดาย
  • การตระหนักในตนเอง: การรู้จักปล่อยวางจากสิ่งที่ขาดความซื่อสัตย์หรือไร้แก่นสาร เพื่อมุ่งสู่หนทางแห่งการหลุดพ้นและการพัฒนาจิตใจ
  • ผลของการกระทำ: พรหมทัตกุมารได้รับความทุกข์เพราะความไม่รู้จักพอ ในขณะที่พระนางอสิตาภูได้รับความสุขสงบจากการปฏิบัติธรรม

พระศาสดาทรงสรุปว่า ในอดีตชาตินั้น พรหมทัตกุมารและพระนางอสิตาภูคือคู่สามีภรรยาที่กลับชาติมาเกิด ส่วนพระโพธิสัตว์คือดาบสผู้สอนกสิณให้แก่พระนางนั่นเอง

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-13