พิลารโกสิยชาดก เป็นเรื่องราวที่แสดงถึงอานุภาพของการให้ทาน และโทษของความตระหนี่ โดยมีท้าวสักกเทวราช พร้อมด้วยเทพบุตรทั้ง ๔ (จันทเทพบุตร สุริยเทพบุตร มาตลีเทพบุตร และปัญจสิขเทพบุตร) เสด็จลงมาทรมาน พิลารโกสิยเศรษฐี ผู้เป็นเหลนทายาทรุ่นที่ 6 ของตระกูลที่เคยใจบุญ แต่กลับตัดวงศ์ทาน ทำลายโรงทาน และมีความตระหนี่ถี่เหนียวอย่างยิ่ง จนกระทั่งยอมกลับตัวกลับใจตั้งมั่นในการให้ทาน

ใจความสำคัญและคำสอนหลักจากชาดกนี้สรุปได้ดังนี้:

  • เหตุแห่งการไม่ให้ทาน: บุคคลให้ทานไม่ได้ด้วยเหตุ 2 ประการ คือ ความตระหนี่ และ ความประมาท ผู้ตระหนี่ย่อมหวาดกลัวความยากจน แต่ความตระหน่นั่นเองที่จะย้อนกลับมาเป็นภัยและสร้างความยากลำบากให้แก่ตนทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
  • คุณค่าของทาน: การทำทานเป็นสิ่งที่ทำได้ยากเพราะต้องครอบงำความตระหนี่ก่อน แต่บุญจากการให้ย่อมเป็นที่พึ่งในโลกหน้า ทักษิณาทานที่ให้ด้วยความศรัทธาแม้จะมีน้อย (เช่น ข้าวเพียงทัพพีเดียว) ก็นับว่ามีผลมากเสมอด้วยการให้จำนวนพัน และประเสริฐกว่าการบูชาด้วยทรัพย์นับแสนที่ได้มาจากการเบียดเบียนสัตว์หรือทำผู้อื่นให้เดือดร้อน
  • บทเรียนและการเปลี่ยน แปลง: เมื่อพิลารโกสิยเศรษฐีถูกท้าวสักกะและเหล่าเทพบุตรแสดงธรรมเตือนสติ และผ่านเหตุการณ์พิสูจน์ความตระหนี่ของตนต่อหน้ามหาชน ทำให้เศรษฐีเกิดความละอายและสำนึกผิด จึงได้ตั้งสัจจะวาจาว่าจะไม่ทำลายวงศ์ตระกูล และจะไม่บริโภคสิ่งใดก่อนที่จะได้แบ่ง ปันให้แก่ผู้อื่น

ในท้ายที่สุด พระศาสดาได้ทรงประชุมชาดก โดยทรงชี้ว่าพิลารโกสิยเศรษฐีในครั้งนั้นได้มาเป็นภิกษุผู้มีทานเป็นเครื่องปลื้มใจในปัจจุบัน ส่วนเหล่าเทพบุตรคือพระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ พระกัสสปะ และองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตามลำดับ

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-14