With Bhaddāli
ภัททาลิสูตรกล่าวถึงครั้งที่พระพุทธเจ้าประทับที่เชตวัน และตรัสสอนภิกษุให้ฉันอาหารเพียงหนเดียวต่อวัน เพื่อสุขภาพที่ดี ความกระปรี้กระเปร่า และอยู่สบาย
แต่พระภัททาลีปฏิเสธถึงสองครั้ง โดยอ้างว่าจะเกิดความเดือดร้อนใจ หากต้องฉันอาหารเพียงหนเดียว หรือนำอาหารส่วนที่เหลือกลับมาฉัน ทำให้ท่านไม่เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้านานถึงสามเดือน
เมื่อใกล้ครบพรรษา ภิกษุรูปอื่นจึงเตือนให้ท่านสำนึกผิด พระภัททาลีจึงเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าและสารภาพความผิดของตน พระพุทธเจ้าทรงยอมรับการสารภาพนั้น แต่ทรงตำหนิว่าท่านไม่ตระหนักถึงผลกระทบจากการไม่ประพฤติตามคำสอนของพระศาสดา ซึ่งจะทำให้พระองค์ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา และแม้กระทั่งนักบวชต่างลัทธิในเมืองสาวัตถี รับรู้ว่าท่านเป็นผู้ไม่ประพฤติตามพระวินัย และทรงถามว่าขณะนั้นท่านเป็นผู้หลุดพ้นจากกิเลสแล้วหรือยัง พระภัททาลีตอบว่ายัง พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่าท่านยังเป็นผู้ว่างเปล่า ไม่มีแก่นสาร และประพฤติผิด แต่เมื่อท่านยอมรับความผิดและแก้ไขอย่างถูกต้อง พระองค์ก็ทรงยอมรับ
พระพุทธเจ้าทรงสอนถึงความสำคัญของการประพฤติตามสิกขาบท (คำสอน) ของพระศาสดา
เมื่อพระภัททาลีทูลถามถึงสาเหตุที่พระสงฆ์ลงโทษภิกษุบางรูปและไม่ลงโทษบางรูป พระพุทธเจ้าทรงอธิบายว่า
เมื่อถูกถามถึงสาเหตุที่สมัยก่อนมีสิกขาบทน้อย แต่มีพระอรหันต์มาก แต่สมัยนี้มีสิกขาบทมาก แต่มีพระอรหันต์น้อย พระพุทธเจ้าตรัสว่า นั่นเป็นเพราะเมื่อสัตว์ทั้งหลายเสื่อมทรามลง และพระสัทธรรมเสื่อมถอยลง จึงมีสิกขาบทมากขึ้นเพื่อป้องกันมลทินในพระสงฆ์ ซึ่งมลทินเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นเมื่อพระสงฆ์เจริญด้วยจำนวน ลาภสักการะ การศึกษา และความอาวุโส
จากนั้น พระพุทธเจ้าทรงย้ำถึงเรื่องอุปมาด้วยลูกม้าอาชาไนย ที่พระองค์เคยแสดงแล้วแต่พระภัททาลีไม่ได้ตั้งใจฟัง ทรงเปรียบการฝึกม้าที่เชี่ยวชาญ ค่อยๆ ฝึกม้าทีละขั้นตอน ให้เคยชินกับการบังเหียน เครื่องรัด และท่าทางต่างๆ จนกลายเป็นม้าอาชาไนยที่คู่ควรกับพระราชา เช่นเดียวกัน ภิกษุผู้มีคุณสมบัติ ๑๐ ประการ คือ อริยมรรคมีองค์ ๘ ของพระอเสขะ สัมมาญาณ และสัมมาวิมุตติ ย่อมเป็นผู้ควรแก่การบูชา เป็นนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →