พระสูตรนี้ (AN 4.238) พระพุทธองค์ทรงจำแนกกรรมออกเป็น 4 ประเภท โดยอาศัยการหยั่งรู้ด้วยปัญญาอันยิ่งของพระองค์เอง เพื่อให้ผู้ปฏิบัติได้เข้าใจถึงผลของกระทำและแนวทางในการดับกรรม ซึ่งเป็นหนทางสู่ความหลุดพ้นอย่างแท้จริง

กรรมทั้ง 4 ประเภทที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ มีรายละเอียดดังนี้:

  • กรรมดำที่มีวิบากดำ: คือการกระทำทางกาย วาจา และใจ ที่ประกอบด้วยเจตนาที่เป็นอกุศล เบียดเบียนผู้อื่น ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นทุกข์
  • กรรมขาวที่มีวิบากขาว: คือการกระทำทางกาย วาจา และใจ ที่ประกอบด้วยเจตนาที่เป็นกุศล นำมาซึ่งความสุขและความเจริญ
  • กรรมทั้งดำและขาวที่มีวิบากทั้งดำและขาว: คือการกระทำที่มีเจตนาผสมผสานกัน ทั้งที่เป็นกุศลและอกุศลส่งผลให้ได้รับวิบากที่คละเคล้ากันไป
  • กรรมที่ไม่ดำไม่ขาวและมีวิบากที่ไม่ดำไม่ขาว ซึ่งเป็นไปเพื่อความสิ้นกรรม: ได้แก่การเจริญโพชฌงค์ 7 ได้แก่ สติ, ธัมมวิจยะ (การเฟ้นธรรม), วิริยะ (ความเพียร), ปีติ, ปัสสัทธิ (ความสงบ), สมาธิ และอุเบกขา

ใจความสำคัญของพระสูตรนี้คือการชี้ให้เห็นว่า แม้กรรมขาวจะนำไปสู่สุคติ แต่ก็ยังจัดเป็นกรรมที่ทำให้ต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารอยู่ ดังนั้น หนทางที่จะก้าวข้ามพ้นจากอิทธิพลของกรรมทั้งปวง คือการฝึกฝนตนเองตามแนวทางของโพชฌงค์ 7 ซึ่งถือเป็นการกระทำที่เหนือคู่ตรงข้าม (ไม่เป็นทั้งกุศลหรืออกุศลแบบโลกียะ) แต่เป็นวิถีทางแห่งปัญญาที่นำไปสู่การยุติการสะสมกรรมอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดในทางพระพุทธศาสนา

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-05-31