พระสูตรนี้เปรียบเทียบภิกษุผู้ปฏิบัติธรรมกับ "ม้าอาชาไนยชั้นเลิศ" ที่คู่ควรแก่พระราชา โดยพระพุทธองค์ทรงแสดงคุณสมบัติ 4 ประการที่ทำให้ภิกษุเป็นผู้ควรแก่การเคารพบูชาและเป็นเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก ดังนี้
- มีความงาม: คือการเป็นผู้มีศีล มีมารยาทดีงาม สำรวมในพระวินัย เห็นภัยในโทษแม้เพียงเล็กน้อย และรักษาศีลที่สมาทานไว้อย่างเคร่งครัด
- มีความแข็งแรง: คือการเป็นผู้มีความเพียรพยายามอย่างยิ่งยวดในการละอกุศลธรรมและบำเพ็ญกุศลธรรมให้ถึงพร้อม มีความเข้มแข็ง ไม่ย่อท้อในการพัฒนาตนเอง
- มีความรวดเร็ว: คือการบรรลุถึงความหลุดพ้นจากอาสวะกิเลส ทั้งทางจิตและทางปัญญาด้วยตนเองในปัจจุบันชาติ
- มีความได้สัดส่วน (สมบูรณ์): คือการเป็นผู้ได้รับปัจจัยสี่ อันได้แก่ จีวร บิณฑบาต ที่อยู่อาศัย และคิลานเภสัชอย่างเหมาะสม
หัวใจสำคัญของพระสูตรนี้คือการเน้นย้ำว่า ภิกษุผู้มีคุณธรรมทั้ง 4 ประการนี้ ไม่เพียงแต่เป็นผู้ประพฤติปฏิบัติชอบตามพระธรรมวินัยจนบรรลุธรรมอันสูงสุดเท่านั้น แต่ยังเป็นบุคคลที่ควรค่าแก่การต้อนรับ การถวายทาน และการกราบไหว้บูชาจากเหล่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เพราะถือเป็น เนื้อนาบุญอันประเสริฐ ที่สุดในโลก การนำอุปมาเรื่องม้าอาชาไนยมาเปรียบเทียบกับนักบวช ช่วยให้เห็นภาพลักษณ์ของภิกษุผู้มีวินัย ความเพียร ปัญญา และความเป็นผู้ขัดเกลาตนจนสมบูรณ์ ซึ่งเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่ทำให้นักบวชเป็นที่พึ่งพาทางจิตวิญญาณแก่พุทธศาสนิกชนได้อย่างแท้จริง
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทุติยอาชานียสูตร