สัมผัปปลาปสูตร (อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต) ว่าด้วยเรื่องการกล่าวคำเพ้อเจ้อ หรือการพูดที่ไร้ประโยชน์ ซึ่งเป็นวจีทุจริตประการหนึ่งที่พระพุทธองค์ทรงสอนให้ละเว้น โดยพระสูตรนี้เน้นย้ำถึงโทษของการพูดพล่อยและการฝึกตนให้เป็นผู้มีวาจาสัตย์และมีสาระ
เนื้อหาหลักของพระสูตรได้แบ่งการกระทำของบุคคลออกเป็น 4 ประเภท ตามพฤติกรรมการพูด ดังนี้:
- ผู้ที่พูดเพ้อเจ้อด้วยตนเอง: คือผู้ที่ขาดสติในการเลือกสรรคำพูด พูดโดยปราศจากกาลเทศะและจุดมุ่งหมาย ทำให้เกิดโทษแก่ตนและผู้อื่น
- ผู้ที่ชักชวนให้ผู้อื่นพูดเพ้อเจ้อ: นอกจากตนเองจะพูดไร้สาระแล้ว ยังเป็นปัจจัยที่ทำให้คนรอบข้างเสียเวลาไปกับเรื่องไม่เป็นประโยชน์
- ผู้ที่ทั้งพูดเพ้อเจ้อและชักชวนผู้อื่น: ถือเป็นผู้สะสมอกุศลกรรมผ่านทางวาจาอย่างเต็มรูปแบบ
- ผู้ที่ไม่พูดเพ้อเจ้อและไม่ชักชวนผู้อื่น: คือผู้ที่ตั้งมั่นอยู่ในสุจริตธรรม รู้จักประมาณในการพูดและเลือกพูดเฉพาะสิ่งที่ควรพูด
คำสอนหลักของพระสูตรนี้คือการชี้ให้เห็นว่า "วาจา" เป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง การพูดเรื่องที่ไร้ประโยชน์หรือไร้สาระ (สัมผัปปลาปะ) ย่อมทำให้เสียเวลาชีวิตและลดทอนความน่าเชื่อถือของผู้พูด ในทางตรงกันข้าม การฝึกตนให้เป็นผู้ที่งดเว้นจากวจีทุจริต ย่อมนำไปสู่ความสงบเย็นและการได้รับการยอมรับจากวิญญูชน
โดยสรุป พระสูตรนี้สอนให้พุทธศาสนิกชนหมั่นตรวจสอบพฤติกรรมการสื่อสารของตนเอง ให้ตระหนักถึงคุณค่าของเวลาผ่านการพูดสิ่งที่ประกอบด้วยธรรมและประโยชน์ เพื่อสร้างกุศลกรรมทางวาจาอันเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาจิตใจให้ก้าวหน้าไปสู่ความหลุดพ้น
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัมผัปปลาปสูตร