Abhijjhālusutta

อภิชฌาลุสูตร

Covetousness

ข้อมูล อภิชฌาลุสูตร
พระไตรปิฎกเล่มที่ 21
นิกายอังคุตรนิกาย
ผู้แสดงธรรมพระพุทธเจ้า
ผู้ฟังหมู่ภิกษุ
สถานที่
อ่านพระสูตรอภิชฌาลุสูตร →

สรุปเนื้อหา อภิชฌาลุสูตร

อภิชฌาลุสูตร (อังคุตตรนิกาย จตุกนิบาต) เป็นพระสูตรที่ว่าด้วยการเปรียบเทียบคุณธรรมและโทษของบุคคลในสังคม โดยจำแนกออกเป็น 4 ประเภท ผ่านมุมมองเรื่อง “ความโลภ” (อภิชฌา) และ “ความสันโดษ” (ความรู้จักพอ) ซึ่งเป็นเครื่องชี้วัดสำคัญในการดำเนินชีวิตและการอยู่ร่วมกัน

ใจความสำคัญของพระสูตรนี้ มุ่งเน้นการจำแนกบุคคลตามการปฏิบัติของตนเองและการส่งเสริมผู้อื่น ดังนี้:

  • บุคคลผู้มีความโลภและชักชวนผู้อื่นให้มีความโลภ: เป็นผู้ที่มัวเมาในกามคุณ จ้องแต่จะแสวงหาทรัพย์สินของผู้อื่น และยังเป็นเหตุปัจจัยให้ผู้อื่นตกต่ำตามไปด้วย ถือเป็นบุคคลที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่สังคม
  • บุคคลผู้มีความโลภแต่ไม่ชักชวนผู้อื่น: แม้ตนเองจะมีจิตใจที่วนเวียนอยู่กับความต้องการ แต่ยังมีความยับยั้งชั่งใจไม่ให้ผู้อื่นต้องเดือดร้อนตามตน
  • บุคคลผู้มีความสันโดษแต่ชักชวนผู้อื่นให้โลภ: เป็นบุคคลที่มีคุณธรรมในตน แต่การกระทำกลับเป็นพิษต่อผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นหลงผิดตาม
  • บุคคลผู้มีความสันโดษและชักชวนผู้อื่นให้สันโดษ: ถือเป็นบุคคลที่ประเสริฐที่สุด คือรู้จักพอในสิ่งที่ตนมี และยังเป็นแบบอย่างที่ดีในการโน้มน้าวให้ผู้อื่นมีความพอเพียง ซึ่งเป็นรากฐานของความสงบสุขทั้งในระดับบุคคลและสังคม

คำสอนหลักของพระสูตรนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องทรัพย์สินภายนอก แต่ยังสื่อถึงการจัดการกับจิตใจที่เต็มไปด้วยความทะยานอยาก พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักว่า “ความสันโดษ” คือเครื่องมือในการดับทุกข์ และผู้ที่ถือธรรมะควรเป็นทั้ง “แบบอย่างที่ดี” และเป็น “กัลยาณมิตร” ที่คอยชักชวนให้ผู้อื่นมีความรู้จักพอ การลดละความโลภจะช่วยสร้างสังคมที่เกื้อกูลกัน ไม่เบียดเบียนกัน และนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองที่ยั่งยืนมากกว่าการวิ่งไล่ตามวัตถุเพียงอย่างเดียว

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-07-18

แสดงความคิดเห็น

แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอภิชฌาลุสูตร

0 ความคิดเห็น
กำลังโหลดความคิดเห็น...
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka