พระสูตรนี้ (AN 5.28) ว่าด้วยการอบรม สัมมาสมาธิอันเป็นอริยะที่มีองค์ 5 (Pañcaṅgika Ariya Sammāsamādhi) ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติที่ช่วยให้ผู้ปฏิบัติสามารถน้อมจิตไปสู่การทำวิชชาให้แจ้งในธรรมทั้งปวงที่ควรแก่การรู้แจ้ง โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือขั้นตอนการเข้าถึงสมาธิและการใช้ประโยชน์จากสมาธินั้น
การพัฒนาสัมมาสมาธิอันเป็นอริยะที่มีองค์ 5 ประกอบด้วย:
- องค์ที่ 1 (ปฐมฌาน): จิตสงบจากกามและอกุศลธรรม มีวิตก วิจาร และมีปีติและสุข ซึมซาบไปทั่วร่างกายเหมือนช่างทำเครื่องปั้นดินเผาที่นวดแป้งจนชุ่มทั่วถึง
- องค์ที่ 2 (ทุติยฌาน): การระงับวิตกวิจาร เกิดความผ่องใสและความเป็นหนึ่งของจิต ซึมซาบปีติและสุขไปทั่วร่างกายเหมือนห้วงน้ำที่ได้รับน้ำเย็นจากตาน้ำ
- องค์ที่ 3 (ตติยฌาน): การวางเฉยด้วยสติสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยนามกาย (ปราศจากปีติ) ซึมซาบไปทั่วร่างกายเหมือนดอกบัวที่อิ่มเอิบด้วยน้ำตั้งแต่รากจรดปลาย
- องค์ที่ 4 (จตุตถฌาน): การบรรลุสมาธิที่บริสุทธิ์ด้วยอุเบกขาและสติ แผ่ซ่านจิตที่บริสุทธิ์ผุดผ่องไปทั่วร่างกายเหมือนคนที่มีผ้าขาวสะอาดคลุมตั้งแต่หัวจรดเท้า
- องค์ที่ 5 (ปัจจเวกขณนิมิต): การกำหนดหมายเพื่อทบทวนสมาธิ (ปัญญาในการพิจารณา) เปรียบเหมือนการที่ผู้ยืนมองผู้นั่ง หรือผู้นั่งมองผู้นอน ซึ่งช่วยให้เกิดความคล่องแคล่วในการใช้งานจิต
เมื่อผู้ปฏิบัติอบรมสมาธิทั้ง 5 องค์นี้จนชำนาญ จิตจะมีความ พร้อมและน้อมไปเพื่อความรู้ยิ่ง (อภิญญา) เปรียบเสมือนภาชนะน้ำที่เต็มเปี่ยม หรือรถม้าที่ฝึกดีแล้วที่สามารถขับเคลื่อนไปได้ดั่งใจหมาย ผู้ปฏิบัติจะสามารถบรรลุความสามารถพิเศษต่างๆ เช่น อิทธิวิธะ (แสดงฤทธิ์), ทิพยโสต (หูทิพย์), เจโตปริยญาณ (กำหนดรู้ใจผู้อื่น), บุพเพนิวาสานุสสติญาณ (ระลึกชาติ), จุตูปปาตญาณ (ตาทิพย์เห็นการเกิดดับของสัตว์) และท้ายที่สุดคือการบรรลุ อาสวักขยญาณ คือการสิ้นไปแห่งอาสวะกิเลสทั้งปวงด้วยปัญญาอันยิ่งของตนเองในปัจจุบันชาติ
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอังคิกสูตร