ใน ทัตวาอวชานาติสูตร (พระสูตรว่าด้วยการให้แล้วดูหมิ่น) พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงถึงบุคคล 5 ประเภทที่มีลักษณะอันเป็นอกุศลธรรม ซึ่งพบได้ทั่วไปในโลก โดยมุ่งเน้นไปที่พฤติกรรมและการขาดสติปัญญาในการปฏิบัติตนต่อผู้อื่น ดังนี้:
- ผู้ให้แล้วดูหมิ่น: คือผู้ที่ให้ปัจจัย 4 (จีวร อาหาร ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค) แก่ผู้อื่นแล้วเกิดทิฐิมานะว่าตนเป็นผู้ให้และอีกฝ่ายเป็นผู้รับ ทำให้เกิดการดูแคลนผู้รับในภายหลัง
- ผู้อยู่ร่วมกันแล้วดูหมิ่น: คือผู้ที่คบหาสมาคมหรือใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นเป็นระยะเวลานาน แต่กลับใช้ความคุ้นเคยนั้นมาเป็นเหตุในการดูหมิ่นเหยียดหยามกัน
- ผู้หูเบาเชื่อคำนินทา: คือผู้ที่ขาดการไตร่ตรอง ด่วนเชื่อคำกล่าวชมหรือติเตียนผู้อื่นโดยง่าย ทำให้ตกเป็นเครื่องมือของคำนินทาและเกิดอคติ
- ผู้หวั่นไหวง่าย (ใจเร็ว): คือผู้ที่มีจิตใจไม่มั่นคง เปลี่ยนแปลงความศรัทธา ความรักใคร่ และความเชื่อมั่นไปมาตามอารมณ์หรือสถานการณ์ ไม่มีความหนักแน่น
- ผู้โง่เขลาเบาปัญญา: คือผู้ที่ไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล สิ่งที่มีโทษและไม่มีโทษ สิ่งที่เลวและประณีต หรือสิ่งที่มืดมนและสว่างไสว ทำให้ดำเนินชีวิตไปในทางที่ผิด
ใจความสำคัญและคำสอนหลักของพระสูตรนี้คือการชี้ให้เห็นถึง "อกุศลจิต" ที่แฝงอยู่ในพฤติกรรมของปุถุชน การดูหมิ่นผู้อื่นทั้งที่ผ่านการให้หรือการคบหาเป็นสิ่งที่บั่นทอนความดีงามและความสัมพันธ์ อีกทั้งยังสะท้อนถึงการขาดสติปัญญาในการแยกแยะและการขาดความมั่นคงทางจิตใจ พระพุทธองค์ทรงสอนให้พุทธศาสนิกชนสำรวจตนเอง เพื่อละทิ้งนิสัยหูเบา ความหวั่นไหว และความโง่เขลา เพื่อพัฒนาตนเองสู่การเป็นผู้มีปัญญาที่รู้แจ้งในธรรมอันเป็นกุศลและอกุศลอย่างแท้จริง
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-05-31
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทัตวาอวชานาติสูตร