พระสูตรนี้กล่าวถึง โทษของการประพฤติชั่ว และ อานิสงส์ของการประพฤติชอบ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตให้ตั้งอยู่ในกุศลธรรม โดยพระพุทธองค์ทรงสรุปหลักการสำคัญไว้เป็นข้อๆ เพื่อให้พุทธบริษัทได้ตระหนักถึงผลกระทบจากการกระทำของตนเอง ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

สำหรับ โทษของการประพฤติชั่ว (ทุจริต) มี 5 ประการ ดังนี้:

  • ตนเองติเตียนตนเองได้ในภายหลัง
  • วิญญูชนหรือผู้รู้ทั้งหลายพิจารณาแล้วติเตียน
  • ชื่อเสียงที่ไม่ดีงามย่อมฟุ้งกระจายไป
  • เป็นผู้หลงใหลทำกาละ (ตายด้วยจิตที่เศร้าหมอง)
  • เมื่อสิ้นชีวิตย่อมเข้าสู่ทุคติ อบายภูมิ หรือนรก

ในทางตรงกันข้าม อานิสงส์ของการประพฤติชอบ (สุจริต) มี 5 ประการ ดังนี้:

  • ตนเองไม่ติเตียนตนเอง
  • วิญญูชนหรือผู้รู้ทั้งหลายพิจารณาแล้วสรรเสริญ
  • ชื่อเสียงที่ดีงามย่อมฟุ้งกระจายไป
  • เป็นผู้ไม่หลงใหลทำกาละ (ตายด้วยจิตที่ผ่องใส)
  • เมื่อสิ้นชีวิตย่อมเข้าสู่สุคติ โลกสวรรค์

ใจความสำคัญของพระสูตรนี้มุ่งเน้นให้เห็นว่า การกระทำของบุคคลย่อมส่งผลโดยตรงต่อชีวิต ทั้งในแง่ของความมั่นคงทางจิตใจ การยอมรับจากสังคมรอบข้าง และสำคัญที่สุดคือ ผลต่อการเดินทางของชีวิตหลังความตาย การเลือกละเว้นจากความชั่วและบำเพ็ญแต่ความดี จึงถือเป็นหลักประกันความปลอดภัยและความสุขให้กับตนเองอย่างแท้จริงตามหลักเหตุและผลในทางพุทธศาสนา

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-06-01