พระสูตรนี้แสดงถึงคุณสมบัติ 7 ประการ ของภิกษุผู้จะบรรลุ ปฏิสัมภิทา 4 (ความแตกฉานในอรรถ ธรรม นิรุตติ และปฏิภาณ) ได้โดยเร็วด้วยปัญญาของตนเอง ซึ่งเป็นการฝึกฝนวิปัสสนากรรมฐานผ่านการมีสติรู้เท่าทันสภาวะทางจิตและธรรมารมณ์ต่างๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วน

คุณสมบัติทั้ง 7 ประการที่ภิกษุต้องเจริญเพื่อให้บรรลุปฏิสัมภิทา ได้แก่:

  • ความรู้เท่าทันสภาวะจิต: ได้แก่ การรู้ชัดถึงความท้อถอยหดหู่ (ถีนะมิทธะ) การรู้ชัดถึงจิตที่หดหู่หรือแคบเข้า และการรู้ชัดถึงจิตที่ฟุ้งซ่านออกไปภายนอก
  • ความรู้เท่าทันในสภาวธรรม: ได้แก่ การรู้แจ้งใน เวทนา (ความรู้สึก) สัญญา (ความจำได้หมายรู้) และ วิตก (ความตรึกนึกคิด) ในขณะที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป
  • ความฉลาดในธรรมวิจยะ: คือการกำหนดรู้ จดจำ และแทงตลอดด้วยปัญญาในธรรมทั้งหลายที่คู่กัน เช่น ธรรมที่เหมาะสมและไม่เหมาะสม ธรรมที่เลวและประณีต หรือธรรมฝ่ายดำและฝ่ายขาว

หัวใจสำคัญของพระสูตรนี้คือการฝึก "สติสัมปชัญญะ" เพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของสภาวะจิตและกระบวนการทำงานของขันธ์ 5 ตามความเป็นจริง เมื่อภิกษุสามารถระลึกรู้และแยกแยะสภาวะเหล่านี้ได้ด้วยปัญญาที่คมชัด จิตย่อมเกิดความพร้อมในการเข้าถึงปฏิสัมภิทาญาณ ซึ่งถือเป็นยอดของปัญญาในทางพุทธศาสนา การปฏิบัติตามหลักธรรมนี้จึงเป็นหนทางสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการบรรลุความเชี่ยวชาญในพระธรรมวินัยและสามารถถ่ายทอดธรรมะได้อย่างลึกซึ้งและเฉียบแหลม

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-06-01