Dutiyavinayadharasobhanasutta

ทุติยวินยธรโสภณสูตร

Shines as an Expert in the Monastic Law (2nd)

ข้อมูล ทุติยวินยธรโสภณสูตร
พระไตรปิฎกเล่มที่ 23
นิกายอังคุตรนิกาย
ผู้แสดงธรรมพระพุทธเจ้า
ผู้ฟังหมู่ภิกษุ
สถานที่
อ่านพระสูตรทุติยวินยธรโสภณสูตร →

สรุปเนื้อหา ทุติยวินยธรโสภณสูตร

ทุติยวินยธรโสภณสูตร (พระสูตรว่าด้วยผู้ทรงวินัยที่งดงาม ประการที่ 2) ในอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ได้แสดงธรรมเรื่องคุณสมบัติของภิกษุผู้เป็น “ผู้ทรงวินัย” (วินยธร) ที่เปรียบเสมือนผู้มีความรุ่งเรืองและโดดเด่นในหมู่สงฆ์ โดยพระพุทธองค์ทรงตรัสว่า ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม 7 ประการ ย่อมชื่อว่าเป็นผู้ทรงวินัยที่แท้จริงและเป็นที่น่ายกย่อง ดังนี้

  • ความรู้เรื่องอาบัติและอนาบัติ: คือความสามารถในการจำแนกได้ว่าสิ่งใดเป็นความผิด (อาบัติ) และสิ่งใดไม่ใช่ความผิด (อนาบัติ)
  • ความรู้เรื่องความหนักเบาของอาบัติ: คือการแยกแยะได้ชัดเจนว่าความผิดใดเป็นโทษเบา และความผิดใดเป็นโทษหนัก
  • ความเชี่ยวชาญในพระวินัยปิฎก: คือการศึกษาพระปาติโมกข์ทั้งสองฝ่าย (ภิกขุและภิกขุนีปาติโมกข์) อย่างละเอียดถี่ถ้วน ทั้งในแง่ของตัวบทกฎระเบียบและการวินิจฉัยอรรถกถาได้อย่างแม่นยำ
  • ความสามารถในการทำสมาธิ: คือการได้บรรลุ “จตุตถฌาน” (ฌาน 4) ซึ่งเป็นธรรมเครื่องอยู่ที่เป็นสุขในปัจจุบัน สามารถเข้าสมาธิได้ตามปรารถนาโดยไม่ยากลำบาก
  • ความสำเร็จแห่งวิมุตติ: คือการบรรลุ “เจโตวิมุตติ” และ “ปัญญาวิมุตติ” อันหาอาสวะมิได้ ด้วยการทำให้อาสวะสิ้นไปและประจักษ์แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองในปัจจุบัน

สรุปได้ว่า พระสูตรนี้มุ่งเน้นให้เห็นว่า การเป็นผู้ทรงวินัยนั้นไม่ใช่เพียงแค่การจดจำกฎระเบียบหรือข้อห้ามทางพระวินัยได้เท่านั้น แต่ต้องเป็นผู้ที่มี ความรู้ความเข้าใจในหลักการ อย่างถ่องแท้ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติภาวนาจนเกิดผลสำเร็จในทางจิต คือการมีสมาธิที่มั่นคงและมีปัญญาที่หลุดพ้นจากกิเลส ดังนั้น ผู้ทรงวินัยที่สมบูรณ์แบบตามพุทธพจน์จึงต้องประกอบด้วยทั้ง ปริยัติ (ความรู้พระธรรมวินัย) ปฏิบัติ (การทำสมาธิ) และ ปฏิเวธ (การบรรลุธรรม) จึงจะถือว่าเป็นผู้ที่งดงามและเป็นกำลังสำคัญในการสืบทอดพระศาสนาอย่างแท้จริง

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-06-01

แสดงความคิดเห็น

แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทุติยวินยธรโสภณสูตร

0 ความคิดเห็น
กำลังโหลดความคิดเห็น...
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka