สอุปาทิเสสสูตร เป็นพระสูตรที่ว่าด้วยบุคคลผู้ยังมีเชื้อเหลือ (สอุปาทิเสส) ที่แม้จะล่วงลับไปแล้วแต่ก็พ้นจากอบายภูมิ เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อพระสารีเถระได้ยินกลุ่มปริพาชกอัญญเดียรถีย์สนทนากันว่า "ผู้ใดทำกาละ (เสียชีวิต) ขณะยังมีเชื้อเหลืออยู่ ผู้นั้นย่อมไม่พ้นจากนรก กำเนิดเดรัจฉาน เปรตวิสัย และอบายภูมิ" พระสารีบุตรจึงนำความนี้ไปกราบทูลถามพระพุทธเจ้า เพื่อทรงจำแนกความจริง
พระพุทธองค์ทรงตรัสตอบโดยตำหนิความเขลาของเหล่าปริพาชกว่าไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำว่า "สอุปาทิเสส" (ผู้ยังมีอุปาทานหรือกิเลสเหลืออยู่) พร้อมทั้งทรงแสดงธรรมว่ามีบุคคลถึง 9 ประเภท ที่แม้จะยังเป็นสอุปาทิเสสบุคคล แต่เมื่อทำกาละแล้ว ย่อมพ้นจากนรก กำเนิดเดรัจฉาน เปรตวิสัย และอบายภูมิอย่างแน่นอน โดยแบ่งได้ดังนี้:
- กลุ่มพระอนาคามี (5 ประเภท): ได้แก่ ผู้ที่เป็นอันตราปรินิพพายี, อุปหัจจปรินิพพายี, อสังขารปรินิพพายี, สสังขารปรินิพพายี และอุทธังโสโตอกนิฏฐคามี
- กลุ่มพระสกทาคามีและพระโสดาบัน (4 ประเภท): ได้แก่ ผู้ที่เป็นสกทาคามี, เอกพีชี, โกลังโกละ และสัตตักขัตตุปรมะ
บุคคลทั้ง 9 ประเภทนี้ แม้จะยังมีกิเลสเหลืออยู่บ้าง แต่ด้วยการปฏิบัติในศีล สมาธิ และปัญญาที่สมบูรณ์ตามลำดับ ทำให้ผู้นั้นปิดประตูอบายภูมิได้โดยเด็ดขาด พระพุทธองค์ ทรงกำชับพระสารีบุตรไม่ให้นำพระสูตรนี้ไปแสดงแก่ภิกษุ ภิกษุณี หรืออุบาสกอุบาสิกาทั่วไปในขณะนั้น เพื่อป้องกันความประมาทในการปฏิบัติธรรม แต่ทรงแสดงไว้เพื่อเป็นคำตอบแก่คำถามที่พระสารีบุตรนำมาทูลถามเท่านั้น
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสอุปาทิเสสสูตร