พระสูตรนี้ (อังคุตตรนิกาย 9.36) แสดงธรรมว่าด้วย ฌานสมาบัติ (ฌาน 4, อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการ ทำลายกิเลส ให้สิ้นไป พระพุทธองค์ทรงสอนหลักการปฏิบัติที่มุ่งเน้นการใช้สมาธิเป็นฐานเพื่อการวิปัสสนา ดังนี้:
- การทำสมาธิเป็นฐาน: ผู้ปฏิบัติควรเข้าฌานสมาบัติต่างๆ ตามลำดับ ตั้งแต่ปฐมฌานจนถึงสัญญาเวทยิตนิโรธ เพื่อสร้างความสงบและสภาวะจิตที่ควรแก่การงาน
- การเจริญวิปัสสนา: เมื่ออยู่ในฌานแล้ว ให้พิจารณาธรรมที่เกิดขึ้นในขณะนั้น (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) ว่าเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นดั่งโรค เป็นดั่งหัวฝี เป็นลูกศร เป็นความคับแค้น เป็นของว่างเปล่า และ ไม่ใช่ตัวตน
- การโน้มน้อมไปสู่พระนิพพาน: เมื่อเห็นโทษของสังขารทั้งปวงแล้ว ให้ถอนจิตออกจากสิ่งเหล่านั้น แล้วน้อมจิตไปสู่ อมตธรรม คือความสงบ การปล่อยวาง การสิ้นไปแห่งตัณหา การดับสนิทแห่งความปรุงแต่งทั้งปวง
- ผลของการปฏิบัติ: หากผู้ปฏิบัติสามารถทำลายกิเลสได้ในขณะนั้นย่อมบรรลุธรรม แต่หากยังไม่บรรลุเป็นพระอรหันต์ ด้วยอำนาจแห่งการปฏิบัติธรรมและกำลังของฌานสมาธิ จะส่งผลให้ผู้นั้นเป็นพระอนาคามี ผู้เข้าถึง อนาคามิผล ไปเกิดในสุทธาวาสและดับขันธ์ปรินิพพานในที่นั้น ไม่ต้องกลับมาสู่โลกนี้อีก
พระพุทธองค์ทรงเปรียบเทียบการฝึกจิตเหมือน นักยิงธนู ที่ฝึกฝนจากหุ่นฟางหรือหุ่นดินเหนียวจนชำนาญ ก่อนจะกลายเป็นผู้แม่นยำที่สามารถทำลายเป้าหมายขนาดใหญ่ได้ การใช้ฌานสมาบัติเป็นฐานจึงเป็นการฝึกที่นำไปสู่ความเชี่ยวชาญในการทำลายกิเลสโดยสิ้นเชิง โดยสรุปคือ สมาธิและวิปัสสนาต้องควบคู่กัน เพื่อให้การปฏิบัติสมบูรณ์และนำไปสู่ความหลุดพ้นจากวัฏสงสารอย่างแท้จริง
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-06-01
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฌานสูตร