Serenity
สมถสูตร (An 10.54) ได้ให้คำแนะนำแก่ภิกษุว่า หากไม่สามารถหยั่งรู้จิตใจผู้อื่นได้ ก็ควรฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้ "หยั่งรู้จิตใจตนเอง" เปรียบเสมือนคนหนุ่มสาวที่ส่องกระจกเงาเพื่อสำรวจความสะอาดของใบหน้า หากพบสิ่งสกปรกก็เร่งขจัดออก หากไม่พบก็มีความสุขในความสะอาดนั้น เช่นเดียวกัน ภิกษุควรหมั่นตรวจสอบตนเองอยู่เสมอในสองประการสำคัญ คือ สมถะ (ความสงบใจ) และ วิปัสสนา (ปัญญาเครื่องพิจารณาธรรม)
พระพุทธองค์ทรงวางหลักการปฏิบัติไว้ว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่าตนมีคุณธรรมด้านใดด้านหนึ่งไม่สมบูรณ์ ให้ใช้คุณธรรมที่มีอยู่เป็นฐานในการฝึกฝนเพื่อพัฒนาอีกด้านหนึ่งให้ครบถ้วน หากไม่มีทั้งสองอย่าง ก็ต้องเร่งทำความเพียรอย่างหนักเสมือนการรีบดับไฟที่กำลังไหม้ศีรษะ เมื่อใดที่บรรลุความสมบูรณ์ทั้งสองอย่างแล้ว จึงใช้เป็นฐานในการปฏิบัติเพื่อ "สิ้นอาสวะกิเลส" ต่อไป
นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงย้ำถึงความสำคัญของการเลือกคบหาและใช้สอยปัจจัยต่างๆ โดยมีเกณฑ์ตัดสินที่เรียบง่ายแต่เฉียบคม คือ "การพิจารณาผลต่อกุศลและอกุศลธรรม" หากสิ่งใดหรือบุคคลใดที่เมื่อเข้าไปเกี่ยวข้องแล้วทำให้อกุศลธรรมเจริญขึ้นและกุศลธรรมเสื่อมถอยลง ผู้นั้นควรหลีกเลี่ยง แต่หากสิ่งใดหรือบุคคลใดทำให้กุศลธรรมเจริญขึ้นและอกุศลธรรมเสื่อมถอยลง ผู้นั้นควรเข้าไปคบหาหรือใช้สอยสิ่งนั้น โดยแบ่งหมวดหมู่ที่ต้องพิจารณาดังนี้:
หลักธรรมในพระสูตรนี้จึงเป็นแนวทางแห่ง "โยนิโสมนสิการ" คือการรู้จักสังเกตตนเองและรู้จักเลือกสิ่งแวดล้อมที่เกื้อกูลต่อความก้าวหน้าในทางธรรม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดคือความพ้นทุกข์
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสมถสูตร