พระสูตรนี้ (สังสัปปติปริยายสูตร) พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมว่าด้วยเรื่อง "เหล่าสัตว์ที่คืบคลาน" เพื่อชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่าง กรรม (การกระทำ) และ วิบาก (ผลของกรรม) ซึ่งกำหนดภพภูมิและการเกิดของสรรพสัตว์ โดยเน้นย้ำว่าสัตว์โลกทั้งหลายเป็นผู้มีกรรมเป็นของตน มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ และมีกรรมเป็นที่พึ่ง ไม่ว่าจะทำกรรมดีหรือชั่ว ย่อมได้รับผลของกรรมนั้นๆ
พระองค์ได้จำแนกผลของการกระทำออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ดังนี้:
- กลุ่มที่มีกาย วาจา ใจ คดโกง (อกุศลกรรม): ผู้ที่ทำบาปอกุศล 10 ประการ เช่น การฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ หรือมิจฉาทิฏฐิ ย่อมมีคติและภพภูมิที่คดโกง ผลจากกรรมนี้ทำให้ไปเกิดใน นรก หรือเกิดเป็น สัตว์เดรัจฉานประเภทสัตว์เลื้อยคลาน (เช่น งู แมงป่อง ตะขาบ หรือสัตว์ที่หวาดระแวงและคอยหลบหนีมนุษย์) ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่ากรรมชั่วชักนำไปสู่ภพภูมิที่ต่ำและเต็มไปด้วยความทุกข์
- กลุ่มที่มีกาย วาจา ใจ สุจริต (กุศลกรรม): ผู้ที่เว้นจากบาปอกุศลทั้ง 10 ประการ มีศีลธรรมและจิตใจเมตตา ย่อมมีคติและภพภูมิที่ดีงาม ผลจากกรรมนี้ทำให้ไปเกิดใน สวรรค์ ที่มีความสุข หรือเกิดใน ตระกูลที่มั่งคั่งร่ำรวย (ตระกูลกษัตริย์ พราหมณ์ หรือคหบดี) ซึ่งได้รับความสะดวกสบายและมีทรัพย์สมบัติมาก
ใจความสำคัญของพระสูตรนี้คือการชี้ให้เห็นว่า "กรรมเป็นตัวกำหนดการเกิด" เมื่อเกิดแล้ว ย่อมต้องเผชิญกับสัมผัส (การกระทบทางอายตนะ) ตามวิบากที่ตนได้กระทำไว้ ดังนั้น ความเป็นไปของชีวิตจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการสะสมของการกระทำทางกาย วาจา และใจ หากบุคคลต้องการคติที่ดีและชีวิตที่มีความสุข ย่อมต้องละเว้นจากอกุศลกรรมและหมั่นสร้างกุศลกรรมเป็นที่ตั้งเสมอ
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสังสัปปติปริยายสูตร