สรุปเนื้อหา: จูเฬกสาฏกวัตถุ (เรื่องพราหมณ์ผู้มีผ้าห่มผืนเดียว)

ณ เมืองสาวัตถี มีสองสามีภรรยาที่ยากจนและมีผ้าสาฎกสำหรับห่มเพียงผืนเดียว ผลัดกันใช้ในเวลาจำเป็น วันหนึ่ง นางพราหมณีได้ไปฟังธรรมที่เชตวันวิหารในเวลากลางวัน ส่วนพราหมณ์ไปฟังในเวลากลางคืน ขณะฟังธรรมเกิดปีติซาบซ่านและมีศรัทธาแรงกล้า อยากจะถวายผ้าสาฎกผืนเดียวที่มีอยู่เป็นทานแก่พระศาสดา แต่ถูกความตระหนี่ (มัจเฉรจิต) ขัดขวางไว้นานถึงสองยาม จนกระทั่งใกล้รุ่ง จึงรวบรวมกำลังใจเอาชนะความตระหนี่ได้สำเร็จ ตัดสินใจนำผ้าไปถวายแทบบาทมูลพระพุทธองค์ด้วยความปีติยินดี

ทานอันยิ่งใหญ่นี้ส่งผลให้พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงทราบและเกิดความเลื่อมใส จึงพระราชทานรางวัลตอบแทนความยากลำบากในการทำความดีครั้งนี้ทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งพระราชทานวัตถุสิ่งของอย่างละ 4 ชนิด (ช้าง ม้า กหาปณะ สตรี ทาสี บุรุษ และบ้านส่วย) แก่พราหมณ์ในที่สุด

เมื่อพระพุทธองค์ทรงทราบเรื่องที่ภิกษุสงฆ์สนทนากัน จึงตรัสสอนว่า "กุศลที่บุคคลทำช้า ย่อมให้ผลช้าเช่นกัน" พร้อมทั้งทรงแสดงพระธรรมเทศนาในขุททกนิกาย ธรรมบท คาถาที่ 116 ว่า:

  • อภิตฺถเรถ กลฺยาเณ: บุคคลพึงรีบขวนขวายในความดี
  • ปาปา จิตฺตํ นิวารเย: พึงห้ามจิตเสียจากบาป
  • ทนฺธิ หิ กรโต ปุญฺญํ ปาปสฺมึ รมตี มโน: เพราะว่าเมื่อบุคคลทำความดีช้าอยู่ ใจจะยินดีในบาป

คำสอนหลัก: การทำความดีหรือกุศลกรรมควรทำทันทีโดยไม่ลังเลหรือรอช้า เพราะหากปล่อยให้เวลาล่วงเลยไป ความตระหนี่หรืออกุศลจิตจะเข้าครอบงำ ทำให้จิตใจยินดีไปในบาปและความเสื่อมเสีย การกระทำความดีอย่างรวดเร็วและเด็ดเดี่ยวในทันทีที่จิตน้อมไป ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความสำเร็จในกุศลผลบุญอย่างรวดเร็ว

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-13