เรื่องนี้เกิดขึ้นในสมัยพุทธกาล ณ กรุงสาวัตถี เศรษฐีผู้หนึ่งมีทรัพย์สมบัติมหาศาลแต่ไม่มีบุตร เมื่อเขาเสียชีวิตลง ทรัพย์สินทั้งหมดจึงตกเป็นของพระราชา แต่เนื่องจากเศรษฐีผู้นี้เป็นคนขี้เหนียว ไม่เคยทำทาน ไม่เคยบำรุงสมณะพราหมณ์ และไม่เคยใช้สอยทรัพย์นั้นให้เป็นประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่นเลย ส่งผลให้เขากลายเป็นคนยากจนขัดสนในภพภูมิถัดไป
เมื่อพระเจ้าปเสนทิโกศลทรงทราบเรื่อง จึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์จึงตรัสเล่าว่าในอดีตชาติ เศรษฐีผู้นี้เคยเป็นผู้มีจิตศรัทธาถวายอาหารแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า แต่ต่อมากลับเกิดความเสียดายและสั่งให้ยกเลิกการถวายนั้น ด้วยวิบากกรรมที่ขัดขวางการให้ทานในอดีต ผสมกับความตระหนี่ถี่เหนียวในชาติสุดท้าย ทำให้เขาต้องสูญเสียทรัพย์สมบัติไปโดยเปล่าประโยชน์และไม่ได้นำติดตัวไปในสัมปรายภพเลย
พระพุทธองค์จึงทรงแสดงธรรมและตรัสพระคาถาว่า "คนผู้มีปัญญา ย่อมไม่ประมาทในทรัพย์สิน เพราะทรัพย์นั้นเป็นเครื่องมือในการสร้างบุญกุศล" โดยสรุปบทเรียนจากเรื่องนี้ได้ดังนี้ครับ:
สรุปได้ว่า อปุตตกเสฏฐิปุตตวัตถุ เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้คนเราละความโลภและตระหนี่ เพราะในขณะที่ชีวิตยังดำเนินอยู่ การให้ทานและการทำความดี คือสิ่งเดียวที่จะกลายเป็นที่พึ่งที่แท้จริงได้ในที่สุดครับ
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอปุตตกเสฏฐิปุตตวัตถุ