เรื่องราวเริ่มต้นที่ พระติสสเถระ ผู้เป็นพระธรรมกถึก มีชื่อเสียงและมีผู้ศรัทธามาก ท่านได้อาศัยอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง วันหนึ่งท่านอาพาธและมรณภาพลง หลังจากท่านล่วงลับไป เหล่าพระภิกษุผู้เป็นสหธรรมิกได้เข้าไปจัดการที่พักของท่าน และพบว่าท่านมีบริขารสะสมไว้จำนวนมาก เช่น จีวรหลายผืน บริขารเครื่องใช้สอยต่างๆ รวมถึงเนยใส น้ำผึ้ง และน้ำตาลกรวดที่เก็บสำรองไว้ พระภิกษุเหล่านั้นจึงเกิดความสงสัยว่าเหตุใดพระเถระผู้เป็นนักเทศน์ที่เก่งกาจจึงมีความโลภและสะสมสิ่งของไว้มากมายเช่นนี้
เมื่อความทราบถึง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์จึงตรัสสอนให้เหล่าภิกษุเข้าใจถึงสภาวะจิตของพระติสสเถระ พระองค์ทรงชี้แจงว่าพระติสสเถระนั้นเป็นผู้ที่มีจิตบริสุทธิ์ ไม่มีความยึดติดในบริขารเหล่านั้น ท่านเก็บไว้เพียงเพราะความอนุเคราะห์แก่พระอาคันตุกะที่จะมาพักในภายหลัง เพื่อให้เกิดความสะดวกสบายเท่านั้น ท่านไม่ได้สะสมไว้เพื่อความสุขส่วนตัวหรือด้วยความละโมบ
พระพุทธองค์จึงทรงแสดงพระธรรมเทศนาและตรัสพระคาถาธรรมบทที่ 404 ว่า "ผู้ใดไม่ข้องอยู่ในหมู่มนุษย์ และไม่ข้องอยู่ในหมู่เทวดา ทั้งไม่ข้องอยู่ในตระกูลทั้งหลาย เราเรียกผู้นั้นว่าเป็นพราหมณ์" โดยมีประเด็นสำคัญที่ควรจดจำดังนี้:
บทสรุปของเรื่องนี้จึงเป็นการสอนให้ภิกษุรู้จักวางใจให้เป็นกลาง ไม่ตัดสินเพื่อนร่วมธรรมในทางที่ผิด และเน้นย้ำถึงหัวใจสำคัญของการประพฤติปฏิบัติธรรม คือการตัดกิเลสเครื่องร้อยรัดและละวางความยึดติดในวัตถุทั้งปวงเพื่อเข้าสู่มรรคผลนิพพาน
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัพภารวาสีติสสเถรวัตถุ