ในอดีตกาล มีนักเต้นผู้มีชื่อเสียงคนหนึ่งได้มาฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดา และเกิดความเลื่อมใสอย่างยิ่งจนตัดสินใจออกบวชในพระพุทธศาสนา แม้เขาจะเคยมีอาชีพเป็นนักเต้นที่สร้างความสนุกสนานให้แก่ผู้คน แต่เมื่อเข้ามาสู่เพศบรรพชิต เขาก็ตั้งใจปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง จนในที่สุดสามารถบรรลุเป็นพระอรหันต์ ผู้สิ้นกิเลสและอาสวะทั้งปวง
วันหนึ่ง เมื่อพระเถระเดินทางไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เหล่าภิกษุรูปอื่นเห็นกิริยาอาการของท่านที่มีความร่าเริงและคล่องแคล่วคล้ายกับคนเคยเป็นนักเต้น จึงเกิดความสงสัยและทูลถามพระพุทธองค์ว่า เหตุใดท่านจึงยังมีความประพฤติเช่นนั้น พระพุทธองค์จึงทรงตรัสบอกว่า ท่านเป็นผู้ที่ละกิเลสได้แล้วโดยสิ้นเชิง ไม่มีเครื่องผูกพันใด ๆ ในโลกนี้อีกต่อไป พร้อมทั้งทรงแสดงธรรมเป็นพระคาถาว่า ผู้ใดละกามคุณทั้งปวงได้แล้ว ไม่มีความติดข้องในกาม เปรียบเสมือนผู้ที่ก้าวล่วงบ่วงแห่งมาร ผู้นั้นคือผู้ที่เราตถาคตเรียกว่าเป็นพราหมณ์
บทสรุปของเรื่องนี้สอนให้ชาวพุทธเข้าใจว่า สถานะเดิมหรืออาชีพการงานในอดีตมิได้เป็นอุปสรรคต่อการบรรลุธรรม หากบุคคลนั้นมีความเพียรพยายามและมีปัญญาในการเจริญวิปัสสนาจนสามารถละอวิชชาและตัณหาได้ในที่สุด
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปฐมนฏปุพพกเถรวัตถุ