Sakka’s Names
ทุติยเทวสูตร (สังยุตตนิกาย sn11.12) เป็นพระสูตรที่ปรากฏอยู่ในพระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค สักกสังยุตต์ เล่มที่ ๑๕. พระสูตรนี้กล่าวถึงเหตุแห่งการได้มาซึ่งตำแหน่งและความเป็นใหญ่ของท้าวสักกะจอมเทพ หรือที่รู้จักกันในนามพระอินทร์ ซึ่งพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี.
ในพระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคทรงเล่าว่า ในอดีตกาล ครั้งที่ท้าวสักกะยังเป็นมนุษย์ ท่านมีนามว่า "มฆะมาณพ" ซึ่งได้บำเพ็ญวัตรปฏิบัติ ๗ ประการอย่างสมบูรณ์. ด้วยการสมาทานวัตรบทเหล่านี้อย่างเคร่งครัด จึงเป็นเหตุให้ท่านได้ไปอุบัติเป็นท้าวสักกะจอมเทพในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และชื่อเรียกต่าง ๆ ของท้าวสักกะก็ล้วนมาจากคุณธรรมที่ท่านได้บำเพ็ญมา เช่น ท้าวมฆวาน (มาจากชื่อเดิม), ท้าวปุรินททะ (ผู้ให้ทานมาก่อน), ท้าวสักกะ (ให้ทานโดยเคารพ), ท้าววาสวะ (ให้ที่พักอาศัย), ท้าวสหัสนัยน์ (คิดเนื้อความได้พันอย่างรวดเร็ว), ท้าวสุชัมบดี (มีนางสุชาเป็นอัครมเหสี) และท้าวเทวานมินทะ (เสวยราชสมบัติยิ่งใหญ่ในดาวดึงส์).
วัตรบท ๗ ประการที่ท้าวสักกะได้สมาทานอย่างบริบูรณ์เมื่อครั้งเป็นมนุษย์ ได้แก่: ๑. พึงเลี้ยงดูมารดาและบิดาตลอดชีวิต ๒. พึงประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่ในตระกูลตลอดชีวิต ๓. พึงพูดจาด้วยคำอ่อนหวานตลอดชีวิต ๔. ไม่พึงพูดคำส่อเสียดตลอดชีวิต ๕. พึงมีใจปราศจากความตระหนี่ เป็นผู้ให้ทานอยู่เสมอ ๖. พึงพูดแต่คำสัตย์ตลอดชีวิต ๗. ไม่พึงโกรธตลอดชีวิต และหากความโกรธเกิดขึ้น ก็พึงกำจัดเสียโดยพลัน
พระพุทธองค์ทรงเน้นย้ำว่า การที่ท้าวสักกะได้บรรลุความเป็นจอมเทพนั้น ก็เพราะการสมาทานและบำเพ็ญวัตรบททั้ง ๗ ประการนี้อย่างครบถ้วน. พระสูตรนี้จึงเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการบำเพ็ญคุณธรรมความดีงามในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นหนทางนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ.
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →