ภัททิยสูตร (Ud 2.10) เป็นพระสูตรที่ถ่ายทอดเหตุการณ์ในขณะที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ ป่ามะม่วง ใกล้เมืองอนุเปีย โดยมีพระภัททิยะเถระ (ผู้ซึ่งเคยเป็นอดีตกษัตริย์) มักจะเปล่งอุทานด้วยความเบิกบานใจอยู่บ่อยครั้งว่า “อู๊ย สุขหนอ! อู๊ย สุขหนอ!” ท่ามกลางความสงสัยของเหล่าภิกษุรูปอื่นที่เข้าใจผิดว่าท่านยังคงคิดถึงความสุขในคราวเป็นกษัตริย์ จึงได้ไปกราบทูลให้พระพุทธองค์ทรงทราบ
เมื่อพระพุทธเจ้าเรียกพระภัททิยะมาสอบถาม ท่านได้กราบทูลความจริงว่า เหตุที่ท่านอุทานเช่นนั้นไม่ใช่เพราะอาลัยในสุขทางโลก แต่เป็นเพราะความเปรียบเทียบระหว่างชีวิตสองรูปแบบ คือ:
- ชีวิตในอดีต (ฆราวาส): แม้จะเพียบพร้อมด้วยการอารักขาอย่างแน่นหนาทั้งภายในและภายนอก แต่ในใจกลับเต็มไปด้วย ความหวาดกลัว สะดุ้งหวาดหวั่น และความระแวง อยู่ตลอดเวลา
- ชีวิตในปัจจุบัน (บรรพชิต): แม้จะอยู่ตามป่า โคนไม้ หรือเรือนว่างเพียงลำพัง แต่กลับไม่มีความสะดุ้งหวาดกลัวหรือความระแวงใดๆ มีชีวิตที่ สงบเย็น อิสระดั่งเนื้อทราย และมีความสุขทางใจอย่างยิ่ง
พระพุทธองค์ทรงเห็นชอบด้วยกับเหตุผลนั้นและได้ตรัสพระคาถาเพื่อสรุปธรรมะสำคัญว่า ผู้ที่ไม่มีความโกรธ (ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อใคร) ก้าวล่วงความยึดติดในภพน้อยภพใหญ่ ไม่มีความเศร้าโศก และมีความสุขกายสบายใจอย่างแท้จริง ย่อมเป็นผู้ที่พ้นจากความกลัวจนแม้แต่เหล่าเทวดาก็ไม่อาจหยั่งถึงสถานะแห่งความสุขที่ลึกซึ้งนี้ได้
หัวใจสำคัญของพระสูตรนี้คือ: การชี้ให้เห็นว่าความสุขที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากทรัพย์สมบัติหรืออำนาจการปกป้องจากภายนอก แต่เกิดจาก ความสันโดษและการปล่อยวาง จนจิตใจปราศจากความหวาดระแวงและกิเลสเครื่องกังวลใจทั้งปวง
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภัททิยสูตร