กัมมวิปากชสูตร (Ud 3.1) เป็นพระสูตรที่ถ่ายทอดเหตุการณ์สำคัญ ณ เชตวันมหาวิหาร ขณะที่พระพุทธองค์ประทับอยู่ ได้ทอดพระเนตรเห็นภิกษุรูปหนึ่งนั่งสมาธิในท่าขัดสมาธิอย่างสงบ แม้ในขณะนั้นท่านกำลังเผชิญกับความเจ็บปวดอย่างรุนแรงอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากวิบากกรรมในอดีต แต่ภิกษุรูปนั้นกลับแสดงถึงความอดทนอดกลั้น โดยมีสติสัมปชัญญะกำกับอยู่ตลอดเวลา ไม่มีความหวั่นไหวหรือสะทกสะท้านต่อทุกขเวทนาที่เกิดขึ้นนั้น

เมื่อพระพุทธองค์ทรงเห็นการปฏิบัติดังกล่าว จึงทรงเปล่งอุทานเพื่อสรรเสริญและชี้แนะหลักธรรมอันเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิบัติสู่ความหลุดพ้น ดังนี้

  • การละวางกรรม: ผู้ที่เป็นนักบวชผู้ประพฤติปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริง คือผู้ที่ได้ชื่อว่าละวางกรรมทั้งปวง ทั้งกุศลและอกุศล ไม่ยึดติดในผลของกรรมเหล่านั้น
  • การขจัดกิเลส: เปรียบเสมือนการสลัดฝุ่นละอองที่เกาะติดอยู่ออกไป ซึ่งหมายถึงการชำระล้างอนุสัยกิเลสที่สะสมมาแต่อดีตให้หมดสิ้นไปจากจิตใจ
  • ภาวะจิตที่ตั้งมั่น: ผู้ที่ไร้ความเห็นแก่ตัว มีจิตใจที่มั่นคงแน่วแน่ ไม่หวั่นไหวต่อสุขหรือทุกข์ที่มากระทบ ย่อมเป็นผู้ที่มีความเป็นอิสระอย่างแท้จริง
  • การไม่คร่ำครวญ: ผู้ที่เข้าใจในกฎแห่งกรรมและมีสติรู้เท่าทัน ย่อมไม่จำเป็นต้องโอดครวญต่อเวทนา เพราะทราบดีว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงวิบากที่กำลังดำเนินไปตามเหตุปัจจัย

บทสรุปของพระสูตรนี้แสดงให้เห็นถึงแนวทางการปฏิบัติท่ามกลางวิบากกรรม คือการไม่ปฏิเสธความจริงที่เกิดขึ้น แต่ใช้สติและความอดทนเป็นเครื่องมือในการอยู่เหนือเวทนาเหล่านั้น จนกระทั่งบรรลุถึงภาวะที่จิตไม่ได้รับผลกระทบจากกรรมใดๆ อีกต่อไป นับเป็นแบบอย่างอันงดงามของการวางจิตต่อทุกขเวทนาทางกายด้วยปัญญา

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-02