Analysis
วิภังคสูตร (สังยุตตนิกาย SN 12.2) เป็นพระสูตรสำคัญที่พระพุทธองค์ทรงจำแนกและอธิบายหลักปฏิจจสมุปบาท (Dependent Origination) อันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาให้ภิกษุทั้งหลายฟังอย่างละเอียด เพื่อให้เข้าใจถึงกระบวนการเกิดแห่งทุกข์และการดับทุกข์
พระสูตรนี้เริ่มต้นด้วยการแสดงธรรมว่า "เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สังขารจึงมี เพราะสังขารเป็นปัจจัย วิญญาณจึงมี... ไปจนถึงเพราะชาติเป็นปัจจัย ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสจึงมี ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ มีได้ด้วยประการฉะนี้" จากนั้นจึงทรงอธิบายความหมายของแต่ละองค์ธรรมในปฏิจจสมุปบาท 12 ประการ
ได้แก่ ชราและมรณะ คือ ความแก่และความตาย, ชาติ คือ การเกิด, ภพ คือ ภพทั้ง 3 (กามภพ รูปภพ อรูปภพ), อุปาทาน คือ ความยึดมั่น 4 ประการ (กามุปาทาน ทิฏฐุปาทาน สีลัพพตุปาทาน อัตตวาทุปาทาน), ตัณหา คือ ความทะยานอยากในอารมณ์ 6 (รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์), เวทนา คือ ความเสวยอารมณ์ 6 (เกิดจากผัสสะทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ), ผัสสะ คือ การกระทบอารมณ์ 6, สฬายตนะ คือ อายตนะภายใน 6 (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ), นามรูป คือ เวทนา สัญญา เจตนา ผัสสะ มนสิการ (นาม) และมหาภูตรูป 4 กับรูปที่อาศัยมหาภูตรูป 4 (รูป), วิญญาณ คือ วิญญาณ 6 (จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ มโนวิญญาณ), สังขาร คือ เจตนา 3 (กายสังขาร วจีสังขาร มโนสังขาร) และอวิชชา คือ ความไม่รู้ในอริยสัจ 4 (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค)
พระพุทธองค์ทรงย้ำว่า "เมื่ออวิชชาดับ สังขารก็ดับ... ไปจนถึงเมื่อชาติดับ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสก็ดับ ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการฉะนี้" แสดงให้เห็นถึงการดับทุกข์ที่เกิดขึ้นเมื่อปัจจัยต่างๆ แห่งการปรุงแต่งและการเวียนว่ายตายเกิดถูกตัดออกไป.
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →