คณิกาสูตร (Ud 6.8) เริ่มต้นด้วยเหตุการณ์ความขัดแย้งในกรุงราชคฤห์ เมื่อชายสองกลุ่มเกิดความหลงใหลในตัวนางคณิกาคนเดียวกัน จนนำไปสู่การทะเลาะวิวาทและประหัตประหารกันด้วยอาวุธนานาชนิด สร้างความสูญเสียและทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส เมื่อภิกษุทั้งหลายได้ทราบเหตุการณ์ดังกล่าวจึงนำความมากราบทูลพระพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ได้ทรงยกเป็นอุทาหรณ์เพื่อแสดงธรรมถึงการติดอยู่ใน "ที่สุดสองอย่าง" ที่เป็นเหตุแห่งการเวียนว่ายตายเกิด

พระพุทธองค์ทรงสอนให้เห็นว่า การยึดติดในรูปแบบที่สุดโต่งสองประการนั้นไม่นำไปสู่ความหลุดพ้น ได้แก่

  • สุดโต่งด้านการยึดถือศีลพรตและข้อวัตรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยมองว่าเป็นสาระสำคัญหรือเป็นเครื่องมือในการชำระล้างตนเอง
  • สุดโต่งด้านการมัวเมาในกามคุณ โดยมองว่าความสุขทางโลกไม่มีโทษและเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

พระองค์ทรงเน้นย้ำว่า การยึดติดในที่สุดสองประการนี้เปรียบเสมือนการเพิ่มพูน "ป่าช้า" (การเวียนว่ายตายเกิด) และการเพิ่มพูน "มิจฉาทิฏฐิ" ผู้ที่ไม่เข้าใจความจริงของที่สุดสองประการนี้ มักจะตกไปสู่ทางใดทางหนึ่ง คือฝ่ายที่ ติดอยู่ ในกาม หรือฝ่ายที่ เกินเลย ไปด้วยทิฏฐิที่ผิดเพี้ยนไปจากการปฏิบัติที่พอดี

ใจความสำคัญคือ พระพุทธองค์ทรงชี้ทางออกให้แก่ผู้ที่ต้องการพ้นจากวัฏสงสารว่า จะต้องเป็นผู้ที่ ตระหนักรู้ ถึงโทษของที่สุดสองประการนี้ ไม่เข้าไปยึดถือ ไม่เข้าไปปรุงแต่งด้วยตัณหาหรือทิฏฐิในสิ่งเหล่านั้น เมื่อบุคคลไม่เข้าไปพัวพันและไม่ยึดมั่นในที่เหล่านั้น ย่อมไม่ก่อให้เกิดการเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป สรุปได้ว่าการเห็นความจริงและวางใจเป็นกลางไม่เข้าสู่ทางที่สุดโต่งทั้งสอง คือหนทางที่นำไปสู่การดับทุกข์อย่างแท้จริง

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-02