สุภูติสูตร (อุทานวรรค 6.7) เป็นพระสูตรสั้นที่บันทึกเหตุการณ์ขณะที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ เชตวันมหาวิหาร โดยพระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็น พระสุภูติเถระ กำลังนั่งสมาธิในอิริยาบถที่สงบนิ่งและมั่นคงด้วยการเข้าสมาธิขั้นสูงที่เรียกว่า "อนิมิตตสมาธิ" (สมาธิที่ปราศจากการนึกคิดหรือการกำหนดนิมิต) การที่พระพุทธองค์ทรงเปล่งอุทานในครั้งนี้เป็นการยกย่องสภาวะจิตของพระอรหันต์ผู้บรรลุธรรมอันสูงสุด ซึ่งเปี่ยมไปด้วยความหลุดพ้นจากกิเลสเครื่องร้อยรัดทั้งปวง

ใจความสำคัญของคำสอนในพระสูตรนี้ มุ่งเน้นไปที่สถานะของผู้ที่หลุดพ้นจากวัฏสงสารอย่างถาวร โดยพระพุทธองค์ได้สรุปคุณลักษณะของผู้ที่เป็นพระอรหันต์ไว้ดังนี้:

  • การดับสังขาร: จิตที่ปราศจากความหวั่นไหวหรือเครื่องปรุงแต่ง (mental vibrations) โดยมีการตัดขาดภายในอย่างสิ้นเชิง ไม่เหลือเชื้อแห่งกิเลส
  • การเห็นความว่าง: การเข้าถึงสภาวะที่ไร้รูป (perceiving the formless) หรือการมีจิตที่ตั้งมั่นอยู่ในความว่างจากตัวตน
  • อิสรภาพจากพันธนาการ: การก้าวข้ามโซ่ตรวนและโยคะทั้ง 4 (คือ กามโยคะ ภวโยคะ ทิฏฐิโยคะ และอวิชชาโยคะ) ซึ่งเป็นเครื่องผูกมัดสัตว์โลกให้ติดอยู่ในกองทุกข์
  • การไม่กลับมาเวียนว่าย: บทสรุปที่ทรงพลังคือ "ผู้นั้นย่อมไม่กลับมาอีก" หมายถึงการสิ้นสุดแห่งการเวียนว่ายตายเกิด (อนาคามีผลในระดับพระอรหันต์)

สรุปได้ว่า พระสูตรนี้เปรียบเสมือนการชี้ให้เห็นถึง "อริยบุคคล" ผู้มีความสงบเย็นและบริสุทธิ์หมดจดจากอาสวะกิเลส การที่พระสุภูติเถระสามารถเข้าถึงสมาธิระดับที่ไม่มีนิมิตได้นั้น เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จในการปฏิบัติธรรมที่มุ่งเน้นความหลุดพ้นอย่างเด็ดขาด สภาวะของท่านจึงเป็นแบบอย่างของจิตที่ว่างเปล่าจากอัตตา และเป็นจิตที่ได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระจากความทุกข์ทั้งปวงในสังสารวัฏอย่างแท้จริง

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-02