วันทนวิمان จากขุททกนิกาย พระไตรปิฎกฉบับ มมร แสดงถึงอานุภาพแห่งบุญกิริยาวัตถุอันเกิดจากการมีความเลื่อมใสในสมณชีพราหมณ์ ซึ่งส่งผลให้ผู้กระทำได้รับความสุขและสมบัติทิพย์ในสุคติโลกสวรรค์อย่างน่าอัศจรรย์
เรื่องราวความเป็นมาของพระสูตร เหตุเกิดเมื่อครั้งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่กรุงสาวัตถี มีภิกษุสงฆ์จำนวนมากเดินทางกลับจากการจำพรรษาเพื่อเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ และได้เดินผ่านหมู่บ้านแห่งหนึ่ง หญิงชาวบ้านผู้หนึ่งพบเห็นภิกษุเหล่านั้นแล้วเกิดจิตเลื่อมใสอย่างแรงกล้า นางจึงได้กระทำเบญจางคประดิษฐ์กราบไหว้ที่เท้า พร้อมกับประคองอัญชลีไว้เหนือศีรษะด้วยความปลื้มปีติ และยืนมองด้วยนัยน์ตาที่เอิบอิ่มด้วยความเคารพจนลับตาไป เมื่อนางเสียชีวิตลงด้วยบุญกกรรมนั้นจึงได้ไปบังเกิดเป็นเทพธิดาเสวยทิพยสมบัติในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
การสนทนาระหว่างพระโมคคัลลานะกับเทพธิดา ต่อมา ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้เดินทางไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์และได้สอบถามเทพธิดานั้นด้วยคาถาว่า เหตุใดนางจึงมีวรรณะงดงามเปล่งรัศมีสว่างไสวไปทุกทิศราวกับดาวประกายพรึก และมีอานุภาพรวมถึงโภคะอันน่ารักเกิดขึ้น เทพธิดาจึงตอบด้วยความปีติว่า เมื่อครั้งเป็นมนุษย์นางได้พบเห็นสมณะผู้มีศีลแล้วเกิดความเลื่อมใส ได้กราบไหว้ด้วยความปลื้มใจและประคองอัญชลีต้อนรับ ผลแห่งบุญจากการแสดงความเคารพด้วยความเลื่อมใสในครั้งนั้น จึงส่งผลให้นางมีรูปสมบัติและทิพยสมบัติที่รุ่งเรืองอย่างยิ่งในเทวโลก
คำสอนหลักและข้อปฏิบัติ
- อานุภาพแห่งความเลื่อมใส: การแสดงความเคารพ (วันทนา) ต่อผู้มีศีลและสมณะผู้สงบบาป แม้จะเป็นเพียงกิริยาภายนอกแต่ทำด้วยจิตใจที่เลื่อมใสศรัทธา ย่อมมีอานุภาพมาก
- ผลของบุญกิริยา: บุญจากการทำอัญชลีกรรมและกราบไหว้พระภิกษุสงฆ์ เป็นเหตุให้ได้เกิดในสุคติ และเพียบพร้อมด้วยรูปสมบัติ รัศมีกายที่สว่างไสว ตลอดจนโภคสมบัติต่างๆ
- คุณค่าของจิตที่ผ่องใส: การตั้งจิตให้เลื่อมใสในผู้ประพฤติธรรม (ธรรมจารี พรหมจารี) ถือเป็นบุญใหญ่ที่นำความสุขมาให้ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวันทนวิมาน