อัณฑภูตชาดก ว่าด้วยการวางใจภรรยา พระพุทธเจ้าทรงแสดงชาดกนี้ ณ พระเชตวัน เมื่อทรงปรารภภิกษุผู้กระสัน พระองค์ตรัสว่า ในอดีตบัณฑิตทั้งหลายเคยพยายามรักษาหญิงไว้ตั้งแต่ยังไม่คลอด แต่ก็ไม่อาจควบคุมความประพฤติด้วยการกักกันภายนอกได้ แล้วทรงนำเรื่องอดีตมาตรัส
ครั้งพระเจ้าพรหมทัตครองกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระราชา พระองค์โปรดเล่นสกากับปุโรหิต และทุกครั้งจะขับคำว่า แม่น้ำทุกสายไหลคด ป่าทั้งหมดประกอบด้วยไม้ และหญิงทั้งหลายย่อมทำชั่วเมื่อได้โอกาสในที่ลับ แล้วทอดลูกบาศก์จนทรงชนะเสมอ ปุโรหิตเสียทรัพย์มากจึงคิดหาหญิงที่ไม่เคยพบชายอื่น เขาเห็นหญิงยากจนมีครรภ์และรู้ว่านางจะคลอดบุตรหญิง จึงรับมาอุปการะ เมื่อเด็กเกิดก็ให้มารดาออกไป เลี้ยงเด็กหญิงด้วยหมู่หญิงในเรือนที่ป้องกันถึงเจ็ดชั้น ไม่ยอมให้นางเห็นชายอื่นเลย ครั้นนางเติบโตและอยู่ในอำนาจของตน ปุโรหิตจึงกลับมาเล่นสกา เมื่อพระราชาขับคำเดิม เขากล่าวแย้งว่า “ยกเว้นมาณวิกา” และเริ่มเป็นฝ่ายชนะ
พระราชาทรงทราบว่าปุโรหิตมีหญิงที่กักรักษาไว้อย่างเข้มงวด จึงส่งนักเลงคนหนึ่งไปพิสูจน์ นักเลงเปิดร้านเครื่องหอมใกล้เรือน แล้วแสร้งกอดเท้าหญิงบำเรอของมาณวิกา เรียกนางว่าแม่ จนหญิงนั้นหลงเชื่อว่าเป็นบุตรของตน เขาให้เครื่องหอมและดอกไม้โดยไม่คิดเงิน ต่อมาแสร้งป่วยเพราะหลงรักมาณวิกา หญิงบำเรอจึงรับช่วย นางทำให้หญิงเฝ้าประตูทั้งหลายเลิกตรวจค้น แล้วซ่อนนักเลงไว้ในตะกร้าดอกไม้พาเข้าเรือน นักเลงได้อยู่กับมาณวิกาหลายวันและทำลายความประพฤติที่ปุโรหิตเชื่อว่ารักษาไว้ได้
ก่อนออกจากเรือน นักเลงต้องการทำร้ายปุโรหิต มาณวิกาจึงขอให้ปุโรหิตบรรเลงพิณขณะที่นางฟ้อน และอ้างความละอายเพื่อเอาผ้าผูกหน้าปิดตาเขา จากนั้นให้นักเลงใช้ศอกกระแทกศีรษะปุโรหิต เมื่อปุโรหิตคลำมือนางก็ยังหลงเชื่อว่าเป็นฝีมือนาง นักเลงจึงออกจากเรือนและไปกราบทูลเหตุการณ์ทั้งหมดแก่พระราชา ครั้นเล่นสกาคราวต่อมา ปุโรหิตยังกล่าวว่า “ยกเว้นมาณวิกา” แต่กลับแพ้ พระราชาจึงทรงเปิดเผยอุบายทั้งหมด และตรัสคาถาว่า พราหมณ์ถูกภรรยาผูกหน้าให้ดีดพิณก็ยังไม่รู้ทัน แม้หญิงที่นำมาเลี้ยงตั้งแต่ยังไม่คลอดก็ยังประพฤติเช่นนี้ได้ ใครเล่าจะวางใจได้แน่นอน
เมื่อปุโรหิตกลับไปสอบถาม มาณวิกายังใช้อุบายขอลุยไฟพิสูจน์ตน โดยกล่าวสัจจะอย่างกำกวมว่า นอกจากสามีแล้วไม่เคยรู้สัมผัสมือชายอื่น และนัดให้นักเลงเข้ามาจับมือก่อนลุยไฟ แล้วอ้างว่าสัจจะถูกทำลายในขณะนั้น ปุโรหิตจึงรู้ว่าตนถูกหลอก อรรถกถาใช้เหตุการณ์นี้อธิบายคาถาและชี้ว่า การเฝ้ากักหรือควบคุมอย่างแน่นหนาไม่อาจรับประกันความประพฤติของผู้ที่ใจยังคล้อยตามกิเลสได้ จึงควรมีสติ รู้เท่าทันความหลงและเล่ห์ลวง ไม่เชื่อเพียงสิ่งที่ตนอยากเชื่อ
บทประชุมชาดก: เมื่อจบสัจจะ ภิกษุผู้กระสันบรรลุโสดาปัตติผล ส่วนพระเจ้ากรุงพาราณสีในครั้งนั้นคือพระตถาคต
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอัณฑภูตชาดก