จูฬปโลภนชาดก เป็นเรื่องราวที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงเพื่อสอนภิกษุรูปหนึ่งที่เกิดความกระสันจะสึก โดยยกเรื่องราวในอดีตมาเป็นอุทาหรณ์สอนใจถึงโทษของกามคุณและการข้องเกี่ยวกับมาตุคาม

เนื้อหาโดยสรุปคือ พระโพธิสัตว์ได้เกิดเป็นพระราชกุมารนามว่า "อนิตถิคันธกุมาร" ซึ่งตั้งแต่ประสูติมาไม่ยอมให้สตรีใดเข้าใกล้หรือแตะต้องตัวเลย พระราชบิดาจึงสร้างหอคอยให้ประทับอยู่ตามลำพัง ต่อมามีนางสนมฟ้อนรำอาสาจะทำให้พระกุมารหลงใหลในกามรส จึงใช้วิธีการขับร้องและบรรเลงดนตรีจนพระกุมารเกิดตัณหาและยอมร่วมหอลงโรงด้วย ก่อนจะพากันไปใช้ชีวิตอยู่ในป่า

วันหนึ่ง ขณะที่พระกุมารไม่อยู่ มีพระดาบสรูปหนึ่งเหาะผ่านมาเห็นควันไฟจึงแวะมาที่อาศรม นางกุมาริกาได้ใช้มารยาหญิงเข้าเล้าโลมจนพระดาบสผู้มีตบะแก่กล้าเกิดกิเลสครอบงำจนฌานเสื่อมและไม่อาจเหาะหนีไปได้ ต่อมาเมื่อพระกุมารกลับมาและเข้าใจผิดว่าดาบสเป็นศัตรูจึงชักดาบไล่ตาม ทำให้ดาบสตกใจจนตกลงในมหาสมุทร พระโพธิสัตว์ได้สติและเข้าใจสถานการณ์ จึงได้กล่าวคาถาเตือนสติว่า "หญิงคือผู้ทำให้บุรุษงงงวย มีมายามาก และสามารถทำลายพรหมจรรย์ให้พินาศได้" ท้ายที่สุดพระดาบสได้สติกลับไปทำฌานให้เกิดขึ้นใหม่และเหาะไปได้ ส่วนพระโพธิสัตว์ก็ตัดสินใจปล่อยวางกามคุณ ออกบวชเป็นฤๅษีจนได้บรรลุอภิญญาสมาบัติ

คำสอนหลักของชาดกเรื่องนี้คือ:

  • โทษของกาม: ความหลงใหลในกามคุณเปรียบเสมือนไฟที่เผาผลาญผู้ที่ข้องเกี่ยวให้เดือดร้อน
  • อันตรายจากมาตุคาม: สตรีที่มีมารยาอาจทำให้ผู้ประพฤติพรหมจรรย์สูญเสียตบะและเสื่อมจากความดีได้
  • การรู้เท่าทันกิเลส: บัณฑิตพึงรู้ชัดถึงโทษของกามและหลีกเว้นให้ห่างไกล เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของพรหมจรรย์และมุ่งสู่หนทางแห่งความพ้นทุกข์
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-14