สมุททวาณิชชาดก เป็นชาดกที่แสดงถึงความสำคัญของการมองการณ์ไกลและการไม่ประมาทต่อภัยในอนาคต โดยมีเรื่องราวเริ่มต้นจากพวกช่างไม้พันครอบครัวที่หนีหนี้ไปตั้งถิ่นฐานบนเกาะกลางมหาสมุทรอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งต่อมาได้ใช้ชีวิตอย่างประมาทและทำลายสิ่งแวดล้อมบนเกาะ จนทำให้เหล่าเทวดาโกรธและวางแผนให้น้ำทะเลท่วมเกาะเพื่อล้างบาง

ในกาลนั้น เทวดาสององค์ได้มาเตือนด้วยคำทำนายที่ขัดแย้งกัน องค์หนึ่งเตือนด้วยความเมตตาว่าจะมีภัยใหญ่ แต่อีกองค์หนึ่งปฏิเสธเพื่อลวงให้ทั้งหมดตายใจ หัวหน้าช่างไม้ฝ่ายพาลผู้หมกมุ่นในความสุขเฉพาะหน้าได้หลงเชื่อคำลวงและปฏิเสธการเตรียมตัว ส่วนหัวหน้าช่างไม้ฝ่ายบัณฑิตแม้จะไม่ปักใจเชื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ได้เตรียมสร้างเรือใหญ่สำรองไว้ล่วงหน้า ผลสุดท้ายเมื่อน้ำทะเลหนุนสูงท่วมเกาะ ช่างไม้พาลและบริวารจึงจมน้ำเสียชีวิตทั้งหมด มีเพียงช่างไม้บัณฑิตและบริวหารที่รอดชีวิตมาได้ด้วยความไม่ประมาท

จากเรื่องราวดังกล่าว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงนำมาเปรียบเทียบกับเรื่องของพระเทวทัตที่พาสกุล 500 ไปสู่นรกอเวจีเพราะความโลภและการไม่มองภัยในอนาคต พร้อมทั้งประทานคำสอนหลักสรุปได้ดังนี้

  • การมองการณ์ไกล: นรชนผู้มีปัญญาและกุลบุตรย่อมพิจารณาแทงตลอดถึงประโยชน์และภัยในอนาคต ไม่ปล่อยให้โอกาสผ่านพ้นไป
  • โทษแห่งความประมาท: คนพาลที่มัวเมาในรสและความสุขเฉพาะหน้า ย่อมถึงความพินาศย่อยยับเมื่อภัยมาถึงตัว
  • คุณแห่งความไม่ประมาท: บัณฑิตพึงรีบเร่งทำกิจที่ควรทำไว้ก่อน เพื่อไม่ให้กิจนั้นกลับมาเบียดเบียนตนในเวลาที่ต้องการ
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-14