ทสพราหมณชาดก เป็นเรื่องราวในอดีตกาลเมื่อครั้งที่ พระเจ้ายุธิฏฐิละ (พระเจ้าโกรัพยะ) แห่งแคว้นกุรุ ทรงปรารถนาจะบำเพ็ญมหาทานให้มีผลมาก จึงตรัสถาม วิธูรอำมาตย์ (พระโพธิสัตว์) เพื่อแสวงหาพราหมณ์ผู้มีศีล เป็นพหูสูต และงดเว้นจากเมถุนธรรมมารับภักษะหาร แต่วิธูรอำมาตย์กราบทูลว่าพราหมณ์เช่นนั้นหาได้ยากยิ่ง พร้อมทั้งจำแนกประเภทของผู้ที่ถูกเรียกว่าพราหมณ์ในสังคมเวลานั้นออกเป็น "ชาติพราหมณ์ 10 ชนิด" ที่ล้วนปราศจากคุณสมบัติที่แท้จริง ดังนี้

  • พราหมณ์หมอ: เที่ยวถือกระสอบรากไม้ รดน้ำมนต์ และร่ายมนต์รักษาโรค
  • พราหมณ์บำเรอ: ถือกระดิ่งตีประกาศ รับใช้ และศึกษาศิลปะการขับรถ
  • พราหมณ์ผู้กดขี่: ถือน้ำเต้าและไม้สีฟัน เที่ยวข่มขู่บีบบังคับชาวบ้านเพื่อหาผลประโยชน์
  • พราหมณ์ยาจก: มีร่างกายสกปรก มอมแมม เที่ยวขอทานเสมือนตอไม้ที่ถูกขุดขึ้น
  • พราหมณ์พ่อค้า: ประกอบอาชีพค้าขายสินค้าและยารักษาโรคต่าง ๆ
  • พราหมณ์คฤหบดี: ใช้คนทำการไถนา ค้าขาย เลี้ยงสัตว์ และทำการวิวาห์
  • พราหมณ์ฆ่าสัตว์: เป็นปุโรหิตประจำบ้านแต่กลับรับจ้างตอนสัตว์และทำให้เกิดการฆ่าสัตว์
  • พราหมณ์นักรบ: ถือดาบและโล่ ทำหน้าที่คุ้มครองขบวนเกวียนและดูแลย่านพ่อค้า
  • พราหมณ์พรานป่า: สร้างกระท่อมในป่าและเบียดเบียนสัตว์นานาชนิด
  • พราหมณ์ผู้มุ่งทรัพย์: นอนใต้เตียงในพิธีโสมยาคะเพื่อหวังทรัพย์สิน

เมื่อวิธูรอำมาตย์กราบทูลถึงความเสื่อมทรามของพราหมณ์ทั้ง 10 ประเภทแล้ว จึงได้กราบทูลแนะนำให้พระองค์ทราบว่ายังมีพราหมณ์ผู้ทรงศีลและประพฤติพรหมจรรย์ที่แท้จริง คือ พระปัจเจกพุทธเจ้า ที่สถิตอยู่ ณ เงื้อมเขานันทมูลในป่าหิมพานต์ พระราชาจึงทรงปีติยินดีและโปรดให้อำมาตย์ไปนิมนต์พระปัจเจกพุทธเจ้า 500 พระองค์มารับมหาทาน เพื่อให้ทานนั้นบังเกิดผลบุญอันยิ่งใหญ่

คำสอนหลักของชาดกนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเลือกเนื้อนาบุญในการทำทาน การบูชาบุคคลที่ควรบูชา (ทักขิไณยบุคคล) รวมถึงการไม่หลงใหลในเปลือกนอกหรือสมมติบัญญัติของบุคคล แต่ให้พิจารณาถึงคุณธรรม ความประพฤติอันบริสุทธิ์ และศีลสังวรเป็นสำคัญ ซึ่งจะทำให้ทานที่ทำไปแล้วนั้นมีผลานิสงส์มากอย่างแท้จริง

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-14